วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

37.ส้มเกลี้ยง สร้อยพลาย ค่อมผู้น่าสงสาร (นักโทษคดีข่มขืนและฆ่า ที่ถูกยิงเป้ารายสุดท้าย)



              ..ส้มเกลี้ยง  สร้อยพลาย  อายุ 45 ปี  หมายเลขประจำตัว 168/44  คดีข่มขืนกระทำชำเราผู้สืบสันดาน(ลูกสาว)  ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน  ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 277, 289  หมายเลขคดีดำที่ 1809/43  หมายเลขคดีแดงที่ 5626/43  ศาลจังหวัดกำแพงเพชร  เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง  จังหวัดกำแพงเพชร

              วันที่ 25 มกราคม พ..2543  เวลา 01.00 .  เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ..เมืองกำแพงเพชร  ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า  พบศพเด็กนักเรียนหญิงถูกข่มขืนและฆ่า  โดยถูกผูกคอทิ้งศพไว้กลางป่าละเมาะ  หมู่บ้านคลองห้วยทราย  ตำบลหนองปลิง  อำเภอเมือง  จังหวัดกำแพงเพชร  จึงรีบไปตรวจสอบทันที  เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งอยู่กลางป่าละเมาะห่างจากถนนลูกรัง 50 เมตร  และห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร  มีชาวบ้านหลายสิบคนถือคบเพลิงมุงดูศพ  ..ศิริวรรณหรือหน่อย  สร้อยพลาย  อายุ 10 ขวบ  นักเรียนชั้น ป.4  โรงเรียนบ้านคลองห้วยทราย  ซึ่งยังอยู่ในชุดเสื้อนักเรียนสีขาว  กระโปรงสีน้ำเงิน

              จากการตรวจสอบสภาพศพซึ่งนอนคว่ำหน้ามีมดไต่เต็มไปหมด  พบว่าที่บริเวณลำคอถูกมัดด้วยสายสะพายกระเป๋านักเรียนจนแน่น  โดยสายสะพายอีกด้านมัดโยงติดกับโคนต้นไม้อย่างโหดเหี้ยม  จนตาถลน  ลิ้นจุกปาก  ที่กระโปรงมีคราบเลือดและคราบอสุจิแห้งเกรอะกรัง  และมีขนเพชรของคนร้ายตกอยู่  คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง  และพบร่องรอยการต่อสู้ขัดขืนจนหญ้าบริเวณดังกล่าวราบเป็นหน้ากลอง  นอกจากนี้ยังพบรองเท้าแตะ  และรถจักรยานของด..ศิริวรรณล้มอยู่ในป่า  ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 20 เมตร  จึงนำศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลกำแพงเพชรเพื่อยืนยันสาเหตุการตายอีกครั้ง

              จากการสอบสวนทราบว่า  เมื่อเช้าวันที่ 24 มกราคม 2543  ..ศิริวรรณได้ขี่จักรยานออกจากบ้านไปโรงเรียนตามปกติ  ซึ่งทุกวันจะเดินทางไปพร้อมกับเพื่อนๆ  แต่ในวันเกิดเหตุต้องช่วยแม่ทำงานบ้าน  จึงไปโรงเรียนช้ากว่าเพื่อนๆคนอื่น  ระหว่างทางคนร้ายคงจะเห็นด..ศิริวรรณขี่จักรยานมาตามลำพัง  จึงฉุดกระชากลากเข้าป่าละเมาะข้างทางแล้วลงมือข่มขืน  แต่ด..ศิริวรรณคงต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์  และคงจำหน้าคนร้ายได้  จึงถูกฆ่าเพื่อปิดปากอย่างโหดเหี้ยม  จนกระทั่งเย็นหลังโรงเรียนเลิก  นางยับ  สร้อยพลายแม่ของด..ศิริวรรณไม่เห็นลูกสาวของตนกลับบ้าน  ซึ่งตามปกติแล้วเมื่อเลิกเรียนด..ศิริวรรณจะรีบกลับบ้านทันที  เนื่องจากต้องหุงหาอาหารให้คนในบ้าน  และต้องคอยดูแลนายส้มเกลี้ยง  สร้อยพลาย  พ่อของด..ศิริวรรณเอง  ซึ่งพิการหลังค่อมเดินไม่สะดวก  จึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้ช่วยกันตามหาลูกสาว  จนกระทั่งมืดค่ำจึงมีผู้พบศพด..ศิริวรรณถูกฆ่าตายดังกล่าว

              เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทราบอีกว่า  ภายในหมู่บ้านดังกล่าวส่วนใหญ่แล้ว  จะเป็นญาติพี่น้องกัน  มีอาชีพปลูกมันสำปะหลัง  และมีการจ้างคนงานกระเหรี่ยงจำนวนมากให้ขุดหัวมันขึ้นมาขาย  คนร้ายอาจจะเป็นชาวกระเหรี่ยงคนใดคนหนึ่ง  ฉวยโอกาสขณะที่ด..ศิริวรรณขี่รถจักรยานไปโรงเรียนตามลำพัง  ดักฉุดแล้วลากเข้าป่าข้างทาง  แล้วลงมือปลุกปล้ำข่มขืนจนสำเร็จความใคร่  เมื่อเสร็จแล้วคงกลัวความผิดจึงรัดคอด..ศิริวรรณจนขาดใจตายคามือ  จากนั้นจึงสวมเสื้อผ้าให้แล้วผูกคอโยงกับต้นไม้เพื่ออำพรางความผิดของตนเองแล้วหลบหนีไป

              จากการสอบสวนนายส้มเกลี้ยงพ่อของด..ศิริวรรณให้การว่า  เช้าวันเกิดเหตุ  ตนได้ขับรถซาเล้งติดเครื่องยนต์บรรทุกน้ำปลาไปขายในตลาด  และได้กลับมาถึงบ้านในเวลาเย็น  แต่ไม่พบลูกสาว  จึงร่วมกับชาวบ้านช่วยกันตามหาลูกสาว  จนพบว่าถูกฆ่าตายดังกล่าว  สาเหตุที่หลังของตนค่อมนั้น  เกิดจากสมัยที่ตนเคยติดคุกอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวางในคดีฆ่าเณรเป็นเวลานานถึง 7 ปี  และตนถูกล่ามโซ่ตรวนตลอดเวลา  จนทำให้ต้องพิการหลังค่อมมาจนทุกวันนี้  ตนอยากขอให้ตำรวจช่วยเร่งติดตามหาตัวคนร้ายที่ฆ่าลูกสาวตน  มาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วด้วย

              เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามออกหาตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน  เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด  แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จแต่อย่างใด  จึงได้ทำการถอนขนเพชรของบุคคลต้องสงสัย  รวมทั้งของนายส้มเกลี้ยงพ่อของด..ศิริวรรณ  ส่งไปตรวจพิสูนจ์เปรียบเทียบกับที่พบที่ร่างของด..ศิริวรรณ  และนำตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไปเข้าเครื่องจับเท็จอีกด้วย

              วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ..2543  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวนายส้มเกลี้ยง  สร้อยพลาย  โดยตั้งข้อหาว่า  ข่มขืนกระทำชำเราผู้สืบสันดาน  และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน  เนื่องจากผลการตรวจพิสูจน์ขนเพชรของผู้ต้องสงสัยทั้งหมด  ปรากฏว่าของนายส้มเกลี้ยงมีความใกล้เคียงกับของคนร้ายมากที่สุด  และจากการเข้าเครื่องจับเท็จ  คำให้การต่างๆของนายส้มเกลี้ยงออกมาเป็นเท็จทั้งหมด  จึงเชื่อว่านายส้มเกลี้ยงน่าจะเป็นผู้ข่มขืนฆ่าลูกสาวตัวเอง

              ทางบรรดาญาติพี่น้องของนายส้มเกลี้ยง  ไม่มีใครเชื่อว่านายส้มเกลี้ยงจะเป็นผู้ก่อคดีดังกล่าว  โดยเฉพาะนางยับเมียของนายส้มเกลี้ยงและเป็นแม่ของด..ศิริวรรณ  ซึ่งให้เหตุผลว่า  นายส้มเกลี้ยงเดินเหินไม่สะดวก  จะทำอะไรแต่ละอย่าง  ยังต้องมีคนคอยช่วยเหลือตลอด  แล้วจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหน  ไปบังคับข่มขืนคนที่มีร่างกายปกติได้  อีกทั้งนายส้มเกลี้ยงยังเป็นคนที่รักลูกรักเมียเป็นอย่างมาก 

              จากการสอบปากคำนายส้มเกลี้ยง  ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด  โดยกล่าวว่าตนถูกกลั่นแกล้งจากบรรดาลูกเลี้ยงซึ่งไม่พอใจตน  สร้างหลักฐานขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายตน  และยังอาจเป็นผู้ข่มขืนฆ่าน้องสาวต่างบิดาเองก็ได้  ตนขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง  เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมรับว่าเป็นผู้ข่มขืนฆ่าลูกสาวอย่างเด็ดขาด

              วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ..2543  ที่ห้องประชุมของสภ..เมืองกำแพงเพชร  ได้มีการแถลงข่าวคำรับสารภาพของนายส้มเกลี้ยง  ต่อหน้าสื่อมวลชนทุกแขนง  และชาวบ้านที่เข้าร่วมรับฟังจำนวนหนึ่ง  โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดกำแพงเพชรเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน  นายส้มเกลี้ยงได้ให้การต่อหน้าทุกคนในที่นั้นว่า  ตนเป็นผู้ข่มขืนและฆ่าด..ศิริวรรณลูกสาวของตัวเองจริง  โดยเช้าวันเกิดเหตุตนมีความต้องการทางเพศอย่างมาก  จึงทำทีขับรถซาเล้งบรรทุกน้ำปลาออกไปจากบ้านเพื่อไปขายในตลาด  เมื่อมาถึงถนนลูกรังก่อนถึงโรงเรียนบ้านคลองห้วยทรายประมาณ 2 กิโลเมตร  ซึ่งเป็นที่เปลี่ยวนานๆจะมีคนผ่านมาสักครั้ง  จึงจอดรถรอโดยหวังที่จะดักฉุดเด็กนักเรียน  หรือผู้หญิงคนไหนก็ได้ที่ผ่านมา  เพื่อทำการข่มขืนระบายความใคร่ที่ตนมีอยู่ในขณะนั้น 

              หลังจากรอนานกว่า 10 นาที  เห็นด..ศิริวรรณลูกสาวของตัวเองขี่จักรยานผ่านมา  เพื่อมุ่งหน้าไปโรงเรียนตามปกติ  แต่ไม่รู้ผีป่าตนใดเข้าสิงตนทำให้ไม่สามารถระงับอารมณ์ใคร่ได้  จึงบอกให้ลูกสาวจอดรถ  แล้วบอกให้เข้าไปเอาของในป่าให้พ่อด้วยเพราะพ่อเดินไม่ค่อยไหว  ลูกสาวจึงจอดรถจักรยานไว้ข้างถนน  รีบวิ่งเข้าป่าหญ้าไปยังจุดที่ตนชี้ทันที  โดยมีตนตามเข้าไปห่างๆ

              เมื่อเข้าไปลึกพอที่จะไม่มีคนเห็น  จึงตะโกนบอกให้ลูกสาวหยุดรอ  เมื่อตนได้เข้าประชิดตัว  จึงเอามือปิดปากลูกสาวจับนอนลงพื้น  แต่ลูกสาวได้ดิ้นรนและร้องไห้  พร้อมกับบอกพ่ออย่าทำหนู  ตนโมโหขึ้นมาจึงชกเข้าที่ท้องจนลูกสาวสลบไป  แล้วลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่  เสร็จแล้วเห็นลูกยังนอนหมดสติอยู่  และมีเลือดไหลออกมาเต็มไปหมด  ตนรู้สึกกลัวความผิดที่ก่อขึ้นโดยลูกสาวจะไปบอกใครให้รับรู้  จึงลากร่างลูกสาวมาใต้ต้นไม้ใหญ่ห่างจุดข่มขืนประมาณ 10 เมตร  แล้วใช้สายกระเป๋านักเรียนรัดคอลูกสาวของตน  โดยผูกติดกับต้นไม้ในสภาพนอนคว่ำหน้าจนเสียชีวิต  จากนั้นได้ขี่ซาเล้งนำน้ำปลาไปขายในตลาดตามปกติ  แล้วกลับบ้านในตอนเย็นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และยังช่วยออกตามหาลูกสาวที่หายไปอีกด้วย 

              นายส้มเกลี้ยงยังให้การเพิ่มเติมอีกว่า  ปกติตนเป็นคนมีอารมณ์ทางเพศสูงมาก  และขณะที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางบางขวางในคดีฆ่าเณรนั้น  ได้ให้เพื่อนนักโทษด้วยกันฝังมุกให้ที่บริเวณอวัยวะเพศ  โดยเชื่อว่าจะสามารถทำให้ผู้หญิงหลงชอบได้ 

              ขณะที่นายส้มเกลี้ยงให้การถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น  เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้สื่อข่าวรวมทั้งชาวบ้านที่ร่วมเข้าฟัง  ต่างนั่งฟังกันอย่างเงียบกริบ  บางคนถึงกับน้ำตาไหลด้วยความสงสารด..ศิริวรรณ  ที่ต้องมาตายด้วยฝีมือพ่อของตัวเองอย่างโหดร้ายทารุณ

              จากนั้นได้นำนายส้มเกลี้ยงไปทำแผนยังที่เกิดเหตุ  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นาย  คอยคุ้มกันไม่ให้ชาวบ้านเข้าทำร้ายขณะทำแผน  เริ่มตั้งแต่ขี่รถซาเล้งออกจากบ้านไปยังจุดเกิดเหตุ  โดยมีชาวบ้านนับพันคนที่ทราบข่าว  แห่กันมาดูการทำแผนตลอดเส้นทาง  พร้อมกับตะโกนสาบแช่งด้วยถ้อยคำหยาบคาย  และเรียกร้องให้ประหารชีวิต  ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้พยายามแหวกวงล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เพื่อเข้าไปรุมประชาทัณฑ์นายส้มเกลี้ยงให้ได้  แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ป้องกันไว้จนการทำแผนเสร็จสิ้นอย่างทุลักทุเล  จากนั้นรีบนำกลับมาคุมขังที่สภ..เมืองกำแพงเพชร  เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม

              หลังการสอบสวนเสร็จสิ้น  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออำนาจศาล  ฝากขังนายส้มเกลี้ยงไว้ที่เรือนจำจังหวัดกำแพงเพชร  แล้วทำการสรุปสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆ  ส่งมอบให้อัยการเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีนายส้มเกลี้ยง  ต่อศาลจังหวัดกำแพงเพชร

              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  เห็นว่านายส้มเกลี้ยงมีพฤติการณ์ที่ทารุณโหดร้าย  กระทำได้แม้กระทั่งลูกสาวที่ตนเองเป็นผู้ให้กำเนิดมา  แม้นายส้มเกลี้ยงจะให้การรับสารภาพก็ตาม  แต่การกระทำดังกล่าวไม่สมควรที่จะให้ความปราณีลดหย่อนโทษให้  จึงเห็นควรให้ลงโทษขั้นสูงสุด  คือประหารชีวิต

              หลังถูกตัดสินแล้ว  ได้ส่งตัวข..ส้มเกลี้ยงมาคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง  ซึ่งข..ส้มเกลี้ยงได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอลดหย่อนโทษตามสิทธิ์  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ..ส้มเกลี้ยงได้ยื่นฎีกาขอลดหย่อนโทษตามสิทธิ์อีก  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์  ..ส้มเกลี้ยงได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษผ่านเรือนจำไปตามสิทธิ์  และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1

              วันอังคารที่ 3 กันยายน พ..2545  เวลา 10.30 .  ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า  ภายในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 1 ราย  ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  พร้อมกับสวดมนต์ไหว้พระทำจิตใจให้สงบ  และบูชาท้าวเวชสุวรรณดังเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา  แล้วรอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตามแดนต่างๆ  เก็บผู้ต้องขังขึ้นตึกนอนให้หมดสิ้นก่อน

              เวลา 16.00 .  ข้าพเจ้าได้ทราบชื่อนักโทษที่จะถูกประหารชีวิตในวันนี้คือ  ..ส้มเกลี้ยง  สร้อยพลาย  นักโทษคดีข่มขืนและฆ่าลูกสาวตัวเอง  ซึ่งนักโทษคนดังกล่าวพิการหลังค่อม  เดินลำบากและมีร่างกายเล็กและอ่อนแออีกด้วย  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีก 2 นายจึงได้นำรถเข็นสำหรับคนป่วย  เข้าไปเบิกตัวน..ส้มเกลี้ยงที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1

              เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกขังได้ไขกุญแจเปิดประตูตึก  มีเสียงนักโทษประหารส่งเสียงบอกกันว่า เฮ้ย มีประหารอีกแล้วโว้ย  เสียงต่างๆภายในตึกขังได้เงียบลงทันที  ข้าพเจ้าเดินเข้าไปหยุดที่หน้าห้องขังน..ส้มเกลี้ยง  นักโทษภายในห้องต่างหน้าซีดแสดงอาการหวาดกลัวไปตามกัน  ข้าพเจ้าเห็นน..ส้มเกลี้ยงนั่งถอดเสื้ออยู่ใกล้ปากประตูห้อง  จึงส่งเสียงเรียกออกไป ส้มเกลี้ยง  ใส่เสื้อออกมานี่เถอะ  มีเสียงนักโทษรายอื่นถามมา หัวหน้าครับ  พิการขนาดนี้ยังจะประหารอีกหรือครับ  ข้าพเจ้าได้ตอบไป จะแข็งแรงหรือพิการ  ถ้ามีคำสั่งมา  พวกผมก็ต้องมาเอาตัวไปทุกคนไม่มียกเว้น  หน้าที่คือหน้าที่เว้นกันไม่ได้  เสียงพูดมาอีก โธ่หัวหน้าครับแค่ใช้มือทุบหัว  ส้มเกลี้ยงมันก็ตายแล้วครับ  ไม่ต้องไปยิงมันให้เปลืองกระสุนหรอก  ข้าพเจ้าไม่อยากต่อความยาวจึงรีบนำน..ส้มเกลี้ยงออกมาจากตึกขังในทันที

              เมื่อพ้นประตูตึกขังแล้ว  ได้จับให้นั่งบนรถเข็นคนป่วย  แล้วเข็นออกมาที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรได้มาถึงพอดี  และเข้ามาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือ  ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างสงสัยว่าน..ส้มเกลี้ยงจะมีแรงข่มขืนคนร่างกายดีๆได้ยังไง  จนมีผู้ถามออกไปว่า ส้มเกลี้ยง  ร่างกายคุณเป็นแบบนี้  ยังจะสามารถข่มขืนคนได้อีกหรือ  ..ส้มเกลี้ยงบอกว่า ดูเอาเองเถอะครับว่าผมน่าจะทำจริงหรือถูกใส่ร้าย  ผมจะเอาแรงที่ไหนไปปล้ำลูกสาวได้  ไอ้ต่างหากที่เป็นคนทำ  แล้วโยนความผิดมาให้ผม  ผมพยายามบอกตำรวจแล้ว  แต่ตำรวจบอกว่าขนเพชรของผม  ไปตรงกับที่ได้จากศพของลูกสาว  ผมเคยติดคุกมาก่อน  รู้ตัวว่าสู้พยานหลักฐานของตำรวจไม่ได้แน่  เลยรับสารภาพออกไป  หวังที่จะได้รับการลดหย่อนโทษ  แต่สุดท้ายผมก็ยังต้องมาถูกยิงเป้า  รู้ยังงี้ผมปฏิเสธหัวชนฝาดีกว่า  บางทีอาจจะมีทางรอดได้บ้าง  แค๊กๆๆๆ  ..ส้มเกลี้ยงไอออกมาถี่ยิบ

              หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ  เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี  และให้เซ็นรับทราบในคำสั่งนั้น  ต่อจากนั้นได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมาย  ซึ่งน..ส้มเกลี้ยงได้เขียนจดหมายถึง 3 แผ่น  แล้วจึงนำไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์ 

              จากนั้นได้เข็นรถนำไปยังห้องประหาร  ..ส้มเกลี้ยงได้พูดว่า ผมมันโดนกระแสสังคมตัดสิน  เมื่อลูกสาวผมตาย  พอเขารู้ประวัติว่าผมเคยติดคุกมาก่อนเท่านั้น  ต่างก็เพ่งเล็งมาที่ผมทันที  เอาผมเข้าเครื่องจับเท็จ  แล้วบอกว่าผมโกหก  ไอ้เครื่องเส็งเค็งพันธุ์นั้น  มันจะรู้ดีกว่าคนไปได้ยังไง  ถ้ายังให้เครื่องบ้าๆนั่นมาตัดสินผิดถูกอยู่อีก  คนบริสุทธิ์จะต้องติดคุกเพราะมันอีกหลายคน  ข้าพเจ้าเองก็ยังไม่ทราบว่าเครื่องที่น..ส้มเกลี้ยงพูดถึง  มีลักษณะรูปร่างเป็นยังไง

              เมื่อถึงศาลเจ้าพ่อเจตคุปย์  ได้หยุดรถเพื่อให้น..ส้มเกลี้ยงกราบไหว้  แล้วเข็นต่อไปจนถึงศาลาเย็นใจ  ข้าพเจ้าหยิบดอกไม้ธูปเทียนส่งให้น..ส้มเกลี้ยง  พี่เลี้ยงอีกนายนำผ้าดิบผูกตา  แล้วเข็นรถเข้าไปในห้องประหาร  เมื่อจับให้นั่งที่แท่นไม้ซึ่งยื่นออกมาจากหลัก  ก็เกิดปัญหาในการผูกมัด  เนื่องจากหลังที่งอค่อมโค้งไปด้านหน้า  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีกสองนาย  ต้องช่วยกันพยายามดัดหลังของน..ส้มเกลี้ยงให้ตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้  แล้วมัดตัวให้ติดกับหลักประหาร  ซึ่งน..ส้มเกลี้ยงมือไม้อ่อนไปหมดด้วยความกลัว  แล้วแพทย์ได้เข้ามาชี้จุดที่ตั้งของหัวใจ  ปัญหาได้เกิดขึ้นมาอีก  เมื่อไม่สามารถกำหนดจุดที่แน่นอนของหัวใจได้  จึงต้องใช้วิธีประมาณการเอา  แล้วทำการตั้งเป้าตาวัว  เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร  ทำการขออโหสิกรรมอีกครั้ง  แล้วแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนได้ทำการบรรจุกระสุนและตั้งศูนย์ปืน  ระหว่างนั้นข้าพเจ้าได้เข้าไปพูดกับเพชฌฆาตมือหนึ่งซึ่งจะทำหน้าที่ประหาร พี่เชาว์คงต้องใช้ฝีมือหน่อยนะ  หลังของส้มเกลี้ยงบิดงอมาก  กำหนดจุดหัวใจไว้อาจจะไม่ตรงพอดี  ผมไม่อยากให้ยิงซ้ำเห็นแล้วสงสาร  เพชฌฆาตมือหนึ่งตอบว่า ไม่มีปัญหายุทธ  เดี๋ยวพี่จัดการเอง 

              เมื่อตรวจเช็คศูนย์ปืนว่าตรงดีแล้ว  ได้แจ้งความพร้อมให้หัวหน้าชุดประหารทราบ  ธงแดงได้สะบัดลงทันที  เสียงปืนได้คำรามขึ้นเป็นจังหวะปัง     ปัง   ปัง  ปังๆๆๆๆ  รวมทั้งสิ้น 8 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 17.40 .  เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์เข้าไปตรวจดูร่างของน..ส้มเกลี้ยง  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้ว  จึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ  แล้วนำร่างลงจากหลัก  จับให้นอนคว่ำหน้า(ตะแคง)  เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือได้เข้ามาทำหน้าที่ต่อไป

              ขออภัยต่อผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ทุกท่าน  ซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวพาดพิงถึงเพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่อง

              ขออโหสิกรรมต่อนายส้มเกลี้ยง  สร้อยพลาย  และขอให้เวรกรรมทั้งหลายที่นายส้มเกลี้ยงได้กระทำขึ้นมา  จงหมดสิ้นกันไปในชาตินี้ด้วย

              ขอชมเชยความพยายามในการติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ  ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ..เมืองกำแพงเพชร  มา ณ ที่นี้ด้วย
                

วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2557

36.ยูโซ๊ป เมืองเล่ง ถึงป่วยก็ต้องทำ



            
              
               น..ยูโซ๊ป,ยูสพ,ยุสพ  เมืองเล่ง  อายุ 51 ปี  หมายเลขประจำตัว 145/43  คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา(มือปืนรับจ้าง)  ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289  หมายเลขคดีดำที่ 395/41  หมายเลขคดีแดงที่ 3579/42  ศาลจังหวัดสงขลา  เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอจะนะ  จังหวัดสงขลา

              วันที่ 18 พฤษภาคม พ..2540  เวลากลางวัน  เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ..จะนะ  ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย  ที่ตำบลบ้านนา  อำเภอจะนะ  จึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที  พบศพนายสุรชัย  อึ้งกุศลมงคล  ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศรีษะและลำตัวรวมทั้งสิ้น 3 นัด  นอนเสียชีวิตอยู่ภายในร้านค้าของตัวเอง  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของมือปืนอาชีพอย่างแน่นอน  เนื่องจากกระสุนเข้าจุดตายทุกนัด

              จากการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า  ขณะที่นายสุรชัยนั่งอยู่ภายในร้านค้าของตัวเอง  มีชาย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่หน้าร้าน  คนซ้อนท้ายลักษณะท่าทางน่าจะเป็นแขกอิสลาม  ได้ลงจากรถจักรยานยนต์เดินเข้ามาหานายสุรชัย  พร้อมกับขอซื้อน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์จำนวน 1 กระป๋อง  เมื่อนายสุรชัยหันไปหยิบน้ำมันเครื่อง  ชายคนดังกล่าวได้แสดงตัวเป็นคนร้ายทันที  โดยได้ชักปืนออกจากเอวจ่อไปที่ศรีษะนายสุรชัย  แล้วเหนี่ยวไกยิงทันที 1 นัดจนนายสุรชัยล้มลง  แต่คนร้ายยังไม่พอใจในผลงาน  เดินเข้าไปจ่อยิงที่ลำตัวซ้ำอีก 2 นัด  เสร็จแล้วได้วิ่งออกไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่พวกติดเครื่องรออยู่ขับหลบหนีไป  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตาม  แต่คนร้ายทั้งสองคนสามารถหลบหนีไปได้

              เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทราบอีกว่า  ก่อนหน้านั้นคนร้ายทั้งสองได้เข้ามาดูลาดเลาไว้แล้วหลายครั้ง  โดยทำทีเข้ามาซื้อของภายในร้านที่เกิดเหตุ  และขับขี่รถวนเวียนในละแวกใกล้ที่เกิดเหตุ  เพื่อสำรวจเส้นทางหลบหนี  จนเป็นที่ผิดสังเกตและมีพยานจำหน้าคนร้ายได้  เมื่อคนร้ายเห็นว่าทางสะดวกแล้ว  จึงได้ลงมือสังหารนายสุรชัยจนเสียชีวิตดังกล่าว

              จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า  มือปืนรายนี้คือนายยูโซ๊ป  เมืองเล่ง  มือปืนชื่อดังของภาคใต้ซึ่งก่อคดีสังหารคนไว้หลายคดี  และมีหมายจับของสภ..เมืองสงขลาอีกคดีหนึ่งด้วย  จึงได้ติดตามจับกุมตัวนายยูโซ๊ปเพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายของบ้านเมือง  และสามารถจับกุมตัวนายยูโซ๊ปได้เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ..2540  นำตัวมาสอบสวนดำเนินคดี  นายยูโซ๊ปได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด  เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำพยานที่เห็นเหตุการณ์มาชี้ตัวผู้ต้องหา  พยานสามารถชี้ตัวนายยูโซ๊ปได้อย่างถูกต้อง  แต่นายยูโซ๊ปยังคงยืนกรานปฏิเสธ

              เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆ  ส่งมอบให้อัยการเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีนายยูโซ๊ป  ต่อศาลจังหวัดสงขลา  และได้ขออำนาจศาลฝากขังนายยูโซ๊ปไว้ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา

              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  เชื่อว่านายยูโซ๊ปได้กระทำผิดจริงตามฟ้อง  โดยมีพฤติการณ์เป็นมือปืนรับจ้าง  ทำการฆ่าผู้อื่นโดยไม่จำเป็นต้องมีสาเหตุโกรธเคือง  แต่ทำไปเพื่อหวังเงินค่าจ้างเท่านั้นโดยไม่คำนึงถึงชีวิตของผู้อื่น  การกระทำดังกล่าวเป็นภัยต่อสังคนส่วนรวมอย่างร้ายแรง  จึงได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนายยูโซ๊ปโดยไม่มีการลดหย่อนโทษให้แต่อย่างใด  และได้ส่งตัวข..ยูโซ๊ปมาคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง 

              ..ยูโซ๊ปได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ..ยูโซ๊ปได้ยื่นฎีกาต่อศาล  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์  ..ยูโซ๊ปได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์  และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  ส่วนคดีฆ่าในเขตอำเภอเมืองจังหวัดสงขลานั้น  ศาลได้พิจารณาตัดสินให้ประหารชีวิตเช่นเดียวกัน  คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา  
  
              วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ..2545  เวลา 11.00 .  ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า  ในวันนี้จะทำการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 1 ราย  ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขังขอให้ข้าพเจ้าจัดเตรียมรถเข็นสำหรับคนป่วยไว้ด้วย  เนื่องจากนักโทษคนดังกล่าวยังนอนป่วยอยู่ที่สถานพยาบาล  ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  ทำการสวดมนต์ไหว้พระ  บูชาท้าวเวชสุวรรณ  พร้อมทั้งทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษมาดำเนินการตามขั้นตอนการประหารต่อไป

              เวลา 15.00 .  เจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายควบคุมผู้ต้องขังได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการส่วนควบคุมฯ  ให้ไปทำการเบิกตัวน..ยูโซ๊ป  เมืองเล่ง  จากสถานพยาบาลของเรือนจำกลางบางขวาง  กลับมาคุมขังที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ไปทำการเบิกตัวน..ยูโซ๊ปยังไม่ทราบว่าในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษแต่อย่างใด

              เวลา 16.00 .  ข้าพเจ้าได้รับชื่อนักโทษที่จะต้องเข้าไปเบิกตัวคือ  ..ยูโซ๊ป  เมืองเล่ง  ดังนั้นข้าพเจ้าพร้อมด้วยพี่เลี้ยงอีกนาย  พร้อมด้วยหัวหน้าฝ่ายควบคุมกลาง  จึงนำรถเข็นเข้าไปทำการเบิกตัวน..ยูโซ๊ปที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1

              เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกขังไขกุญแจเปิดตึก  เสียงนักโทษประหารภายในตึกขังพูดลอยๆมาว่า เมื่อไรจะเลิกประหารกันซักทีโว้ย  จะไม่เปิดโอกาสให้กลับตัวกลับใจกันบ้างเลยหรือยังไง  ข้าพเจ้าเดินเข้าไปภายในตึกขังเป็นคนแรก  มีเสียงถามข้าพเจ้าว่า วันนี้จะประหารอีกกี่คนครับหัวหน้า  ข้าพเจ้าตอบว่า คนเดียวเท่านั้น  นักโทษคนนั้นพูดว่า ใช่ยูโซ๊ปไหมหัวหน้า  พวกผมยังสงสัยกันอยู่ว่าทำไมถึงต้องเอาตัวยูโซ๊ปกลับมาขังที่นี่  ทั้งที่อาการป่วยยังไม่ดีขึ้นเลย  คิดไว้แล้วไม่มีผิดว่าจะต้องมีอะไรเป็นพิเศษแน่เลย  ข้าพเจ้าตอบไปว่า ใช่แล้วไม่ผิดตัว

              ภายในห้องขัง  ..ยูโซ๊ปยังนอนซมอยู่  ข้าพเจ้าได้ขอให้นักโทษประหารที่อยู่ภายในห้องช่วยกันประคองตัวมาส่งให้ที่ประตูห้อง  มีเสียงถามมาว่า หัวหน้าครับ  ป่วยขนาดนี้ยังจะเอาตัวไปประหารอีกหรือครับ  ไม่โหดร้ายไปหรือครับ  ทำไมไม่รอให้อาการดีขึ้นก่อนหละครับ  ข้าพเจ้าตอบไปว่า ถึงป่วยก็ต้องทำ  ในเมื่อมีคำสั่งจากเบื้องบนมาแล้ว  ผมเองเห็นแล้วก็สงสาร  ไม่อยากจะทำหรอกนะ  แต่ว่าพวกผมทุกคนไม่สามารถขัดคำสั่งได้  อีกอย่างหนึ่งคนที่ออกคำสั่งเขาไม่รู้หรอกว่าใครป่วยหรือใครแข็งแรง  เขาจะพิจารณาที่เนื้อหาของคดีเท่านั้นว่า  สมควรที่จะได้รับการลดโทษให้หรือไม่  เรื่องเจ็บป่วยของนักโทษเขาไม่ได้เอามาพิจารณาด้วยหรอก 

              เมื่อนักโทษภายในห้องได้ช่วยกันประคองตัวน..ยูโซ๊ปมาส่งให้ข้าพเจ้าแล้ว  ..ยูโซ๊ปได้พูดว่า หัวหน้าครับผมไม่มีแรงจะเดินแล้วครับ  โอย ! ตายๆซะก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องมาทรมานอีกต่อไปแล้ว  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีกนายจึงเข้าหิ้วปีกกันคนละข้าง  มีเสียงนักโทษประหารที่ถูกขังอยู่ตามห้องต่างๆว่า ไปที่ชอบนะยูโซ๊ป  นึกถึงองค์อัลเลาะห์ไว้นะ  ทำไมถึงต้องประหารคนป่วยด้วย  จะรอดไปถึงหลักประหารหรือเปล่าก็ไม่รู้  ฯลฯ

              เมื่อนำตัวออกมาจากตึกขังแล้ว  ข้าพเจ้าจับให้นั่งรถเข็นสำหรับคนป่วย  ..ยูโซ๊ปพูดกับข้าพเจ้าว่า ในเมื่อจะยังไงก็ต้องประหารผมอยู่แล้ว  ทำไมถึงต้องเอาตัวผมกลับมาจากสถานพยาบาลให้เสียเวลาด้วย  หัวหน้าไปเอาตัวผมที่นั่นเลยไม่ดีกว่าหรือครับ 

              ข้าพเจ้าตอบไปว่า ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าในวันนี้จะประหารใคร  แล้วอีกอย่างหนึ่ง  ถ้าพวกผมเข้าไปเบิกตัวบังจากเตียงคนป่วยเลย  พวกคนป่วยที่นอนอยู่ในนั้นด้วยจะรู้สึกยังไงกัน  เผลอๆอาจจะมีช๊อกตายกันบ้างก็ได้  ผมว่ามาเบิกตัวที่แดน 1 ดีแล้วหละจริงไหม  ..ยูโซ๊ปพยักหน้ารับทราบ

              เมื่อนำตัวมาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง  ได้เข้ามาพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจสอบประวัติบุคคลตามระเบียบ  ข้าพเจ้าถามน..ยูโซ๊ปว่า บังได้ทำคดีนี้จริงหรือไม่  ..ยูโซ๊ปตอบว่า จริงครับหัวหน้า  ผมทำคดีไว้เยอะแยะไปหมด  เฉพาะโทษประหารผมโดนตัดสินถึงสองประหาร  แล้วยังมีคดีอื่นอีก  ถ้ายังไม่ยิงผมในวันนี้  ผมอาจจะถูกตัดสินถึง 6-7 ประหารก็ได้

              ข้าพเจ้าถามว่า แล้วบังป่วยอย่างนี้ทำไมยังสามารถไปก่อคดีไว้ได้ตั้งมากมาย  ..ยูโซ๊ปตอบว่า สมัยก่อนร่างกายของผมยังแข็งแรงนี่ครับ  แล้วผมก็ไม่ได้ใช้กำลังอะไรนักหนาในการฆ่าคน  แค่ใช้กำลังนิ้วเหนี่ยวไกปืนปล่อยกระสุนออกไปเท่านั้น  เวลาหนีก็ไม่ได้วิ่งหนีเป็นระยะทางไกลๆ  ผมมีพวกคอยขับรถพาหนีให้ทุกครั้ง  ผมเพิ่งมาป่วยหนักหลังจากที่เข้ามาอยู่ที่บางขวางแล้ว  ถึงวันนี้ไม่ประหารผม  ผมก็รู้ตัวเองว่าคงอยู่ได้อีกไม่นานเท่าไร  ตายๆซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราวก็ดีเหมือนกัน  จะได้ไม่ต้องมาทรมานอยู่ต่อไปอีก  อาการป่วยของผมมีแต่ทรงกับทรุดเท่านั้น     
 
              ..ยูโซ๊ปหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนฯนายหนึ่งซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม หัวหน้าครับก่อนที่ผมจะตาย  เดี๋ยวผมขอละหมาดก่อนซักหน่อยได้ไหมครับ  เจ้าหน้าที่นายนั้นตอบว่า ได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว  หลังจากที่บังทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายเสร็จแล้ว  เขาจะเปิดโอกาสให้บังประกอบพิธีได้  เดี๋ยวผมจะอยู่เป็นเพื่อนด้วยไม่ต้องเป็นห่วง

              หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ  เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี  ให้น..ยูโซ๊ปฟังและให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น  จากนั้นได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมาย  ซึ่งน..ยูโซ๊ปเขียนจดหมายเป็นภาษายาวีถึงญาติพี่น้อง  เสร็จแล้วข้าพเจ้าได้ยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้  ซึ่งในวันนั้นมีข้าวหมกไก่  และต้มซุบเนื้อพร้อมด้วยน้ำเย็น  แต่น..ยูโซ๊ปขอดื่มเพียงน้ำเย็นเท่านั้น 

              ..ยูโซ๊ปได้หันมาพูดกับข้าพเจ้าว่า มือปืนอย่างพวกผม  น้อยคนนักที่จะได้ตายดี  ส่วนมากถ้าไม่ถูกตำรวจยิงตาย  ก็ต้องหักหลังฆ่ากันเอง  หรือไม่ก็ต้องมาตายในคุก  มีบางคนอยากเลิกอาชีพนี้  แต่มันเหมือนกับการขี่หลังเสือ  เมื่อเคยทำไปแล้วจะถอนตัวออกจากวงการค่อนข้างยากซักหน่อย  พอมีคนมาเสนอเงินให้มากๆ  ก็อดที่จะรับทำงานไม่ได้  พอคิดที่จะวางมือเมื่อไร  เป็นต้องมีคนเอาเงินมาล่อแทบทุกครั้ง  งานมันง่ายนี่ครับ  แค่เดินเข้าไปหาเหยื่อแล้วกระดิกนิ้วชี้ยิงโป้งเข้าให้  แล้วกลับมานอนใช้เงินได้อย่างสบายใจ  แต่พอมาถึงตัวเองจะต้องตายบ้าง  ผมรู้สึกใจหายอย่างไรพิกลก็ไม่รู้  นี่แหละมังครับที่เขาเรียกกันว่าความกลัวตาย

              จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ประกอบพิธีทางศาสนา  ข้าพเจ้าได้ถอยห่างออกมา  เจ้าหน้าที่ที่นับถือศาสนาอิสลามนายนั้นได้เข้าไปดูแลแทนข้าพเจ้า  ซึ่งน..ยูโซ๊ปทำการละหมาดอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง  เสร็จแล้วข้าพเจ้าจึงนำตัวใส่รถเข็น  พาไปห้องประหารในทันที

              ในระหว่างทางน..ยูโซ๊ปถามข้าพเจ้าว่า หัวหน้าครับถ้าผมตายไปแล้ว  เขาจะจัดการศพผมให้ตามหลักศาสนาอิสลามหรือเปล่า  ญาติของผมคงมาไม่ทันแน่ๆเพราะอยู่ไกลกันเหลือเกิน  บอกหัวหน้าบงกชช่วยเป็นธุระติดต่อสุเหร่าให้ผมด้วยนะครับ 

              ข้าพเจ้าตอบไปว่า บังสบายใจได้เรื่องสำหรับนี้  บังไม่ใช่อิสลามรายแรกที่ถูกประหาร  เท่าที่ผมเคยเห็นมา  ตอนเช้าทางเรือนจำจะติดต่อสุเหร่าที่อยู่ในจังหวัดนนท์  ให้มารับไปจัดการตามหลักศาสนาของอิสลาม  ทางเรือนจำไม่ละเลยเรื่องนี้อย่างแน่นอนผมขอรับรอง 

              เมื่อนำตัวมาถึงศาลาเย็นใจ  ข้าพเจ้าส่งดอกไม้ธูปเทียนให้  ..ยูโซ๊ปปฏิเสธที่จะรับดอกไม้ธูปเทียนเนื่องจากผิดหลักศาสนา  พี่เลี้ยงอีกนายนำผ้าดิบผูกปิดตา  แล้วช่วยกันเข็นรถนำตัวเข้าสู่ห้องประหาร  โดยนำตัวน..ยูโซ๊ปเข้าทำการประหารที่หลักประหารหลักที่หนึ่ง  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีกสองนายช่วยกันผูกมัดตัวให้ติดกับหลักประหาร  ตั้งเป้าตาวัวให้ตรงกับจุดที่ตั้งของหัวใจ  เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหารเพื่อให้ซับเลือดที่จะไหลนองลงมา  ในระหว่างนั้นน..ยูโซ๊ปได้ท่องคำละหมาดออกมาตลอดเวลา  จากนั้นได้ทำการขออโหสิกรรมต่อน..ยูโซ๊ปตามความเชื่อของข้าพเจ้า  แม้จะนับถือกันคนละศาสนาก็ตาม  แล้วแจ้งความพร้อมให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนเข้ามาทำหน้าที่บรรจุกระสุน  ตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว  เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้าทำการตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่าได้ที่ดีแล้วได้แจ้งความพร้อมให้หัวหน้าชุดประหารทราบ  ธงแดงได้สะบัดลงทันที  เสียงปืนดังออกมาเป็นชุด ปัง   ปัง  ปังๆๆๆๆๆๆ  รวมกระสุนที่ใช้ในการประหารทั้งสิ้น 9 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 17.30 .  หลังเสียงปืนสงบ  มีเสียงร้องครางแผ่วๆดังออกมาจากหลักประหารประมาณคึ่งนาทีแล้วเงียบเสียงลงไป

              เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างของน..ยูโซ๊ปที่หลักประหาร  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้ว  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างลงจากหลักประหาร  จับให้นอนคว่ำหน้าไว้  เพื่อความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือต่อไป

              ขอให้นายยูโซ๊ป  เมืองเล่ง  จงเป็นสุขอยู่ในสรวงสวรรค์กับองค์อัลเลาะห์ด้วยเถิด

              ขอชมเชยการสืบสวนหาตัวคนร้าย  ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ..จะนะ  มา ณ ที่นี้ด้วย