วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

23.วิเชียร แสนมหายักษ์ ผมมันแค่รายย่อย



              น..วิเชียร  แสนมหายักษ์  อายุ 42 ปี  หมายเลขประจำตัว 992/41  คดีนำยาเสพติดให้โทษฯเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย  ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  ..2522  มาตรา 15 วรรค 2, 65 วรรค 2, 66 วรรค 2  ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90  หมายเลขคดีดำที่ 7417/40  หมายเลขคดีแดงที่ 7691/41  ศาลจังหวัดเชียงราย  เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่สาย  จังหวัดเชียงราย

              วันที่ 13 กันยายน พ..2540  เวลา 16.30 .  บริเวณจุดตรวจใกล้สะพานพรมแดนไทย  ตำบลแม่สาย  อำเภอแม่สาย  จังหวัดเชียงราย  ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ..แม่สาย  และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด  ได้ทำการตั้งด่านตรวจค้นรถยนต์ที่ผ่านเข้าออกจากประเทศเพื่อนบ้าน  พบรถกระบะหมายเลขทะเบียน พ-6271 จันทบุรี  ขับข้ามพรมแดนเข้ามาจากประเทศพม่า  จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น

              ภายในรถคันดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบผู้ขับขี่ทราบชื่อในภายหลังว่านายวิเชียร  แสนมหายักษ์  ขับมาลำพังเพียงคนเดียว  ก่อนทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ให้นายวิเชียรดูจนเป็นที่พอใจแล้ว  จึงได้ทำการตรวจค้นภายในรถกระบะอย่างละเอียด  เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเคาะที่ฝากระโปรงปิดท้ายรถ  มีเสียงทึบเหมือนมีอะไรซุกซ่อนอยู่ภายใน  จึงใช้ไขควงขันนอตที่ปิดฝากระโปรงรถออกดู  ปรากฏว่าพบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกแบบปิดเปิด  ห่อด้วยกระดาษสาแล้วพันด้วยเทปกาวจำนวน 25 ห่อ  ห่อละ 10 ถุง  ถุงละ 200 เม็ด  รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 50,000 เม็ด  ซุกซ่อนอยู่ในฝากระบะปิดท้ายรถคันดังกล่าว  จึงได้ยึดของกลางทั้งหมดและจับกุมตัวนายวิเชียรมาทำการสอบสวน

              จากการสอบสวนนายวิเชียร  ได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเจ้าของยาบ้า  และไม่เคยรู้เห็นยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาก่อน  โดยให้การว่า  แต่เดิมตนได้ทำไร่อยู่ที่อำเภอภูเรือ  จังหวัดเลย  ต่อมานายสมาน  ไม่ทราบนามสกุล  ได้มาติดต่อให้ตนไปรับเหมาก่อสร้างที่ประเทศพม่า  ก่อนถูกจับกุมตัว  ตนได้ยืมรถกระบะของนางพุฒผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นชาวพม่ามาใช้  โดยนำปั๊มลมที่ใช้สำหรับยิงตะปูมาซ่อมในประเทศไทย  แต่เมื่อข้ามพรมแดนไทยเข้ามาแล้ว  ได้ถูกค้นรถและมีการตรวจพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในฝากระบะปิดท้ายรถคันดังกล่าว  ตนไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นผู้ที่แอบซุกซ่อนยาบ้ามากับรถ  และขอยืนยันว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับยาบ้าหรือยาเสพติดประเภทต่างๆแต่อย่างใด   
 
              หลังการสอบสวนเสร็จสิ้น  ได้ขออำนาจศาลฝากขังนายวิเชียรไว้ที่เรือนจำจังหวัดเชียงราย  และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆให้อัยการ  เพื่อทำการฟ้องร้องดำเนินคดีนายวิเชียรต่อศาลจังหวัดเชียงราย

              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  เชื่อว่านายวิเชียรได้กระทำผิดจริงตามฟ้อง  โดยนำยาเสพติดเข้ามาภายในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย  โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ  ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการบ่อนทำลายประเทศชาติอย่างร้ายแรงอีกด้วย  จึงได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนายวิเชียร  โดยไม่มีการลดหย่อนโทษให้แต่อย่างใด  และได้ส่งข..วิเชียรมาควบคุมที่เรือนจำกลางบางขวาง 

              ..วิเชียรไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล  แต่เนื่องจากมีโทษขั้นสูงสุด  ศาลจังหวัดเชียงรายจึงได้ส่งเรื่องมาให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาอีกครั้ง  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ..วิเชียรได้สละสิทธิ์ในการยื่นฎีกาต่อศาลเป็นนักโทษเด็ดขาด  แต่ได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์  และได้รอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1     

              วันที่ 18 เมษายน พ..2544  หลังจากที่ข้าพเจ้าได้รับแจ้งจากฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขังว่า  ภายในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 5 รายแล้ว  ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  ทำการสวดมนต์ไหว้พระ  บูชาท้าวเวชสุวรรณ  ทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษทั้งหมดมาดำเนินการตามขั้นตอนการประหารชีวิตต่อไป

              เวลา 16.10 .  เมื่อได้รับรายชื่อนักโทษที่จะต้องเข้าไปเบิกตัว  และจัดแบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบแล้ว  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมดเข้าไปที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกขังไขกุญแจเปิดตึก  หลังจากที่ข้าพเจ้าตอบคำถามนักโทษบางรายแล้ว  ได้แยกไปเบิกตัวน..ลี ยวน กวง  จึงไม่เห็นอาการของน..วิเชียรแต่อย่างใด  ทราบจากพี่เลี้ยงที่ดูแลในภายหลังว่า  ..วิเชียรลุกออกมาจากห้องแต่โดยดี  และพูดกับพี่เลี้ยงที่ไปรับว่า ผมพร้อมให้มารับตัวไปประหารตั้งนานแล้วครับ

              เมื่อนำตัวนักโทษประหารทั้งหมดมาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง  ได้แยกย้ายกันพิมพ์ลายนิ้วมือนักโทษทั้งหมด  เมื่อมาถึงน..วิเชียรสารวัตรโกมลได้ถามว่า คุณวิเชียรเมื่อคุณถูกตัดสินประหารชีวิต  ทำไมคุณถึงไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล  คุณไม่กลัวถูกยิงเป้าหรือไง 

              ..วิเชียรตอบว่า สารวัตรครับ  ผมมันแค่รายย่อยเท่านั้น  ที่เขาขนกันทีเป็นสองสามแสนเม็ดโทษยังไม่ถึงประหาร  ของผมแค่ห้าหมื่นเม็ดทำไมโทษถึงประหาร  ผมหมดอารมณ์เลยตัดสินใจไม่ยื่นอุทธรณ์  อยากประหารก็ประหารไป  แต่ทางศาลไม่ยอม  ทำการยื่นอุทธรณ์ให้ผมเอง  แล้วก็ตัดสินประหารผมมาเหมือนเดิม  ทีแรกผมจะไม่ยื่นทูลเกล้าฯด้วยซ้ำไป  แต่ทางเรือนจำได้เป็นธุระช่วยจัดการให้  ผมต้องขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านมาก  ที่ได้ช่วยเป็นธุระจัดการหนังสือทูลเกล้าฯให้กับผม 

              ผมรู้ว่าไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนอยากให้พวกผมถูกประหาร  แต่เมื่อทุกคนต้องทำตามหน้าที่  ผมและเพื่อนนักโทษประหารทุกคนไม่ถือโทษโกรธหรอกครับ  ผมเคยคุยกับเพื่อนๆในห้องขัง  ทุกคนต่างพูดเหมือนกันว่า  จะไม่โกรธไม่อาฆาตเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เอาพวกผมไปประหาร  แต่ที่พวกผมอาฆาตและสาบแช่งกันทุกวันนี้คือ  พวกเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำตัวเลวระยำทั้งหลาย  โดยเฉพาะพวกสายล่อซื้อ  พวกผมบางคนไม่เคยเห็นหรือแตะต้องยาเสพติดมาก่อนเลย  พวกสายก็จะเข้ามาตีสนิท  หาทางที่จะสร้างความไว้วางใจทุกวิถีทางให้กับคนที่ถูกเลือกเป็นเป้าหมาย  บางคนคบหากันเป็นปีจนเหมือนเพื่อนรักกัน  ไปไหนไปกันมีอะไรก็แบ่งกันใช้แบ่งกันกิน  สามารถเข้าออกบ้านได้สะดวก  หมาที่เลี้ยงไว้ยังไม่เห่าด้วยซ้ำไป

              พอไอ้สายพวกนั้นเห็นว่าได้จังหวะดีแล้ว  จะทำเป็นชวนเราหาเงินใช้อย่างง่ายๆและได้ครั้งละมากๆ  ครั้งแรกถ้าเราปฏิเสธ  สายก็จะชี้ให้เห็นความคุ้มค่าของเงินที่เราจะได้รับ  และพยายามเน้นให้เห็นถึงความปลอดภัยจากฝ่ายกฎหมาย  พอเราเริ่มคล้อยตามสายก็จะทำตัวอย่างให้เห็นว่าเป็นเรื่องง่ายๆ  คนเราเมื่อเห็นว่ามีเงินจำนวนมากที่จะได้มาอย่างง่ายๆ  โดยใช้เวลาขนส่งแค่ไม่นานก็ต้องเกิดความโลภ  เมื่อเข้าทางมันแล้วสายก็จะทำเป็นว่าสามารถติดต่อลูกค้าได้แล้ว  โดยสายรับหน้าที่ในการจัดหายาและจัดการแพ็คของให้เสร็จสรรพ  แล้วจะมาบอกเราถึงสถานที่ส่งของ  วิธีรับของ  ตลอดจนความปลอดภัยของเรา 

              เมื่อเราไปถึงจุดนัดหมายสายก็จะทำเป็นว่าขอไปดูผู้มาติดต่อก่อน  พอสายพ้นจากตัวเราไปแล้วทีนี้หละ  ตำรวจที่นัดกันไว้ก็จะกรูกันเข้ามาล้อมกรอบจับกุมเราทันที  แล้วจะไปสู้คดีอะไรกับเขาได้  ในเมื่อของก็อยู่ที่เรา  เอาไปแถลงข่าวว่าตามมานานแล้วบ้าง  รอดไปได้หลายครั้งแล้วบ้าง  ได้ทั้งเงินรางวัลได้ทั้งผลงาน  ส่วนคนที่ถูกจับจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างช่างมัน  ไอ้พวกนี้นะครับ  กรรมเวรจะต้องย้อนกลับมานำความฉิบหายให้พวกมันอย่างแน่นอน 

              ที่จริงแล้วพวกผมส่วนใหญ่ก็ทำจริงนั่นแหละครับ  อันนี้ไม่ว่ากันเมื่อเขาสืบได้เขาก็ต้องจับ  แต่ที่ไม่ได้ทำหรือหลอกให้ทำ  ผมสงสารพวกนี้เหลือเกินครับ  ตราบใดที่ยังมีเงินรางวัลนำจับเป็นของล่อใจ  ผู้บริสุทธิ์อีกมากจะต้องตกเป็นเหยื่อของพวกชั่วๆพวกนี้อีกอย่างแน่นอน  ผมยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐส่วนใหญ่จะทำงานกันอย่างซื่อสัตย์  แต่ไอ้แกะดำพวกนี้แหละครับที่ทำให้คนอื่นต้องมามัวหมองไปด้วย  ถ้ารัฐบาลสืบให้ลึกลงไปจริงๆ  จะเห็นว่าพวกนี้แหละเป็นตัวการใหญ่ในการติดต่อซื้อขายยาเสพติด  ต้องปราบไอ้พวกนี้ก่อนครับ  แล้วค่อยมาปราบพวกผม

              อย่างของผมนี่ผมยอมรับว่าทำจริง  แต่ผมมันแค่พ่อค้ารายย่อย  รายใหญ่จริงๆไม่เห็นจะโดนจับกันสักที  ถ้ายิงเป้านักโทษคดียาทุกคนแล้วยาเสพติดจะหมดไปจากประเทศ  พวกผมทุกคนยินดีที่จะยอมให้เอาไปประหาร  แต่เชื่อผมเถอะครับ  ยาเสพติดไม่มีทางหมดไปจากประเทศไทยได้หรอกครับ  ตราบใดที่ไม่เล่นงานรายใหญ่ๆระดับประเทศให้หมดเสียก่อน  นักการเมืองบางคนนั่นแหละตัวดี  รู้ๆกันอยู่  พวกตัวใหญ่ๆในวงราชการบางคนก็ใช่  กล้าที่จะจับพวกนี้มาประหารกันบ้างหรือเปล่า  แค่เอ่ยชื่อประกาศออกมาให้สังคมรับรู้ยังไม่กล้ากันเลย  แล้วชาติไหนยาเสพติดจะหมดไปจากประเทศไทยได้หละครับ

              หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ  เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี  ให้นักโทษประหารทั้งหมดฟัง  และให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น  เสร็จแล้วได้เปิดโอกาสให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายตามสะดวก  ..วิเชียรได้พูดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนว่า ช่วยติดต่อให้ญาติผมมารับศพผมด้วยนะครับ  ตามที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์นี้  บอกเขาว่าอย่าปล่อยให้ผมตายเป็นผีไม่มีญาติ  แล้วให้ทำบุญไปให้ผมบ้าง  ข้าพเจ้าจึงถามไปว่า แล้ววิเชียรชอบกินอะไรบ้าง  ถ้ายังไงเดี๋ยวจะขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยจัดหามาให้ 

              ..วิเชียรตอบว่า วันนี้คงไม่ต้องหรอกครับผมกินอะไรไม่ลง  แต่ถ้าจะทำบุญไปให้  ผมกินได้ทุกอย่างที่เป็นอาหารไทยๆ  ถ้าวันนี้มีเหล้าสักหน่อยได้ก็ดีผมอยากกินย้อมใจ  ถ้าถามผมว่าผมกลัวตายไหม  ผมขอพูดอย่างเปิดอกเลยว่ากลัวมาก  มีใครบ้างครับที่ไม่กลัวตาย  ผมอยากให้ตัวผมเป็นนักโทษประหารคนสุดท้าย  ผมสงสารเพื่อนๆทุกคนที่มีชะตากรรมเช่นเดียวกับผม

              ข้าพเจ้าพูดว่า แล้วผมจะจัดการทำบุญไปให้  แต่เรื่องเหล้าคงจะหาให้ไม่ได้เพราะเป็นสิ่งของต้องห้าม  ผมเองก็อยากให้การประหารชีวิตหมดไปเหมือนกัน  เวลาผมพาใครไปประหารก็ตาม  ผมอดสงสารทุกคนไม่ได้  ทั้งที่รู้ว่าบางคนก่อคดีมาอย่างโหดเหี้ยมสมควรตาย  ตราบใดที่คนเรายังไม่เลิกทำความผิด  การประหารชีวิตคงจะหมดไปได้ยาก  ..วิเชียรพยักหน้าพร้อมกับพูด ครับหัวหน้าผมเข้าใจ

              พี่เลี้ยงได้ช่วยกันยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษทั้งหมดกิน  แต่ไม่มีใครแตะต้องอาหารแม้แต่น้อย  เพียงแค่ดื่มน้ำเย็นกันเท่านั้น  แล้วจึงนำนักโทษประหารที่นับถือศาสนาพุทธ  ไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์  ส่วนน..รอมาลีซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม  ได้เปิดโอกาสให้ทำพิธีละหมาดที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ

              เมื่อเสร็จพิธีทางศาสนาข้าพเจ้านำน..ลี ยวน กวง ไปทำการประหารก่อนเป็นรายแรก  และนำน..ชู ชิน ก้วย  ..บุญเกิดไปทำการประหารเป็นชุดที่สอง  เสร็จแล้วได้แจ้งให้พี่เลี้ยงที่มาเสริมกำลัง  นำน..วิเชียรและน..รอมาลีมาส่งที่ศาลาเย็นใจ  ซึ่งข้าพเจ้ารอรับตัวนักโทษทั้งคู่อยู่ที่ศาลาแห่งนี้

              เมื่อพี่นำตัวทั้งคู่มาถึง  ..รอมาลีได้ขอทำละหมาดอีก  ซึ่งก็ได้รับอนุญาตตามคำขอ  ข้าพเจ้าจึงส่งดอกไม้ธูปเทียนให้น..วิเชียร  พี่เลี้ยงอีกนายทำการผูกตา  แล้วนำน..วิเชียรเข้าสู่ห้องประหารก่อน  โดยนำตัวเข้าไปที่หลักประหารหลักที่หนึ่ง  ทำการมัดตัวให้ติดกับหลักประหาร  ตั้งเป้าตาวัวให้ตรงกับหัวใจ  เอาทรายแห้งโรยรอบหลัก  เสร็จแล้วข้าพเจ้าได้บอกกับน..วิเชียรว่า รอเดี๋ยวนะ  ผมออกไปรับตัวบังก่อน  คงจะละหมาดเสร็จแล้ว  ..วิเชียรพูดว่า อย่านานนักนะหัวหน้าผมเสียว

              หลังจากออกไปรอน..รอมาลีละหมาดประมาณ 20 นาที  และได้ปะทะคารมกับผู้ยิ่งใหญ่ไปนิดหน่อย  ข้าพเจ้านำตัวน..รอมาลีเข้ามาที่หลักประหารหลักที่สอง  เมื่อน..วิเชียรได้ยินเสียงตรวนของน..รอมาลี  จึงส่งเสียงพูดว่าทำไมนานเหลือเกิน  ผมเสียวหลังจนไม่รู้ว่าจะเสียวยังไงแล้ว  จะฆ่าจะแกงก็รีบๆทำเถอะ  มันทรมานจิตใจผมเหลือเกิน  ..รอมาลีส่งเสียงตอบไปว่า ขอโทษทีเพื่อนที่ให้รอ  ผมละหมาดนานไปหน่อย  เมื่อทำการผูกมัดตัวน..รอมาลีเสร็จ  ตั้งเป้าตาวัวเรียบร้อย  พร้อมกับเอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร  ข้าพเจ้าได้ทำการขออโหสิกรรมต่อนักโทษทั้งคู่อีกครั้ง  แล้วจึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนเข้ามาทำหน้าที่บรรจุกระสุน  และตั้งศูนย์ปืนทั้งสองกระบอก  เสร็จแล้วเพชฌฆาตมือหนึ่งและสองเข้าทำการตรวจศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่าได้ที่ดีแล้ว  หัวหน้าชุดประหารทำการสะบัดธงลงทันที ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ  เสียงปืนทั้งสองกระบอกดังรัวออกมาเป็นชุด  ใช้กระสุนสำหรับน..วิเชียรทั้งสิ้น 11 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 18.37 .  โดยเพชฌฆาตมือหนึ่งเป็นผู้ทำการประหาร

              เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างของนักโทษทั้งคู่ที่หลักประหาร  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้วทั้ง 2 ราย  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างทั้งคู่ลงจากหลักประหาร  แล้วไปนำร่างนักโทษอีก 3 รายที่เก็บไว้ในห้องเล็ก  ออกมานอนเรียงคว่ำหน้าที่หน้าหลักประหาร  เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือได้เข้ามาทำหน้าที่ต่อไป

              ขออภัยต่อเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดทุกท่าน  ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่าทุกท่านได้ทำงานอย่างโปร่งใส  เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติเสมอมา

               ขออโหสิกรรมต่อนายวิเชียร  แสนมหายักษ์  มา ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่งด้วย                

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

22.ลี ยวน กวง, ชู ชิน ก้วย, บุญเกิด จิตรปราณี แก๊งค้ายาข้ามชาติ



             น..ลี ยวน กวง  อายุ 48 ปี (สัญชาติฮ่องกง)  หมายเลขประจำตัว 148/40  ..ชู ชิน ก้วย  อายุ 34 ปี (สัญชาติพม่า)  หมายเลขประจำตัว 149/40  ..บุญเกิด  จิตรปราณี  อายุ 41 ปี  หมายเลขประจำตัว 150/40  คดีร่วมกันมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง  ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  ..2522  มาตรา 15, 66 วรรค 2, 102  ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91  หมายเลขคดีดำที่ 890/37  หมายเลขคดีแดงที่ 1662/40  ศาลอาญากรุงเทพฯ  ผลงานการจับกุมของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด  ร่วมกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

              วันที่ 4 ธันวาคม พ..2536  นายโจ(นามสมมุติ)  เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย  ได้รับการติดต่อจากพ่อค้ายาเสพติดทราบชื่อว่านายอัลเบิร์ต  โดยนายอัลเบิร์ตบอกว่ารู้จักกับพ่อค้ายาเสพติดซึ่งกำลังหาทางส่งเฮโรอีนจำนวนมากไปยังประเทศไต้หวัน  หากว่านายโจสนใจที่จะเป็นผู้นำส่งเฮโรอีนดังกล่าว  นายอัลเบิร์ตยินดีที่จะนำนายโจไปทำความรู้จักกับพ่อค้ายาเสพติดคนดังกล่าว  ซึ่งนายโจได้ตอบตกลงทันที

              หลังจากนั้นนายอัลเบิร์ตได้นำนายโจไปพบกับพ่อค้าคนดังกล่าว  ที่ห้องโถงรับแขกชั้นล่างของทางโรงแรมแอมบาสซาเดอร์  ทราบชื่อว่านายลี ยวน กวง ชาวฮ่องกง  แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีผู้คนพลุกพล่าน  จึงได้ย้ายไปตกลงกันในห้องอาหารของทางโรงแรม  โดยตกลงกันว่านายโจจะรับจ้างขนเฮโรอีนไปประเทศไต้หวันจำนวน 50 ตัว (1 ตัวมีน้ำหนัก 700 กรัม)  คิดค่าจ้างเป็นเงินทั้งสิ้น 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ 

              หลังจากตกลงราคากันได้แล้วทั้งหมดได้แยกย้ายกันไป  โดยจะทำการนัดส่งมอบของกันอีกครั้งหนึ่งในภายหลัง  จากนั้นนายโจได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดของประเทศไทย  วางแผนที่จะจับกุมกลุ่มพ่อค้ายาเสพติดดังกล่าวต่อไป

              วันที่ 6 ธันวาคม พ..2536  นายโจได้รับการติดต่อจากนายลี ยวน กวง  ให้ไปพบที่ห้องอาหารของทางโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ในเวลา 11.00 .  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนการจับกุมพ่อค้ากลุ่มนี้ทันที  เมื่อนายโจไปถึงที่นัดหมายพบนายลี ยวน กวง  มากับชายอีกคนหนึ่งทราบชื่อว่านายชู ชิน ก้วย  เชื้อสายจีนไต้หวัน  สัญชาติพม่า  นายลี ยวน กวงได้ชวนนายโจให้ไปรับของที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ 3  ถนนรามคำแหง  ทั้งหมดจึงนั่งรถแท็กซี่ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมเป็นผู้ขับไปที่ห้างดังกล่าว  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังกันสะกดรอยตามไปห่างๆ

              เมื่อไปถึงนายชู ชิน ก้วย ได้แวะพูดคุยกับชายคนหนึ่ง  ทราบชื่อในภายหลังว่านายบุญเกิด  จิตรปราณี  ชาวจังหวัดสมุทรสาคร  และให้นายโจกับนายลี ยวน กวง  ไปนั่งรอภายในห้างสรรพสินค้า  สักครู่นายชู ชิน ก้วย และนายบุญเกิดได้เดินเข้ามารวมกลุ่ม  นายลี ยวน กวง และนายชู ชิน ก้วย ได้ให้นายโจไปกับนายบุญเกิดเพื่อตรวจเช็คของที่ลานจอดรถด้านหลังห้างสรรพสินค้า  โดยทั้งคู่นั่งรออยู่ที่เดิมภายในห้างดังกล่าว

              นายบุญเกิดได้พานายโจไปที่รถกระบะมิตซูบิซิ  สีน้ำเงินเข้ม  หมายเลขทะเบียน 1 –8133 กทม.  และให้นายโจเข้าไปตรวจดูกระเป๋าเดินทางซึ่งวางไว้ที่เบาะหลัง  เมื่อเปิดออกดูพบว่ามีเฮโรอีนบรรจุอยู่ในกระเป๋าจำนวนมาก  นายโจจึงส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มอยู่เข้าทำการจับกุมตัวนายบุญเกิด  ขณะเดียวกันนายลี ยวน กวง และนายชู ชิน ก้วย  ได้เดินออกไปทางประตูหน้าห้างแล้วแยกทางกันหลบหนี  โดยนายชู ชิน ก้วย นั่งรถแท็กซี่หายออกไป  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการจับกุมตัวนายลี ยวน กวง ไว้ได้  แล้วนำตัวมาที่รถกระบะคันดังกล่าวเพื่อทำการตรวจค้น

              จากการตรวจค้นภายในรถคันดังกล่าว  พบเฮโรอีนอัดแท่งจำนวน 100 แท่ง (2 แท่งเท่ากับ 1 ตัว)  น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 34,589 กรัม  จึงได้ทำการยึดเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวและนำนายลี ยวน กวง กับนายบุญเกิดไปทำการสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด  ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายชู ชิน ก้วย ได้ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน  สาขารัชดาภิเษก  จึงนำตัวมาสอบสวนร่วมกับพวกที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ในทันที

              จากการสอบสวนทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา  โดยให้การว่าไม่เคยรู้เห็นเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวมาก่อนเลย  แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอ  จึงส่งมอบสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆให้อัยการ  เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีทั้ง 3 คน  ต่อศาลอาญากรุงเทพฯ  และได้ขออำนาจศาลฝากขังทั้ง 3 คนไว้ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ  บางเขน

              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตทั้งสามคนโดยไม่มีการลดหย่อนโทษให้  และได้ส่งตัวทั้งสามมาควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำกลางบางขวาง  ทั้งสามได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ทั้งสามได้ยื่นฎีกาต่อศาลอีก  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์  ทั้งหมดได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์  และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1 

              วันพุธที่ 18 เมษายน พ..2544  เวลา 11.00 .  ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า  ในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 5 ราย  ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  และทำการสวดมนต์ไหว้พระ  บูชาท้าวเวชสุวรรณ  พร้อมกับทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษทั้งหมดมาดำเนินการตามขั้นตอนการประหารชีวิต   

              เวลา 16.10 .  ข้าพเจ้าได้รับรายชื่อนักโทษที่จะต้องเข้าไปเบิกตัวทั้งหมดคือ  ..ลี ยวน กวง  ..ชู ชิน ก้วย  ..บุญเกิด  จิตรปราณี  ..วิเชียร  แสนมหายักษ์  ..รอมาลี  ตาเย๊ะ  จึงได้จัดแบ่งหน้าที่ในการดูแลและเบิกตัวนักโทษประหารทั้งหมด  โดยข้าพเจ้ารับหน้าที่เบิกตัวและดูแลน..ลี ยวน กวง 

              เมื่อเข้าไปที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  ข้าพเจ้าได้ยินเสียงกีต้าร์และเสียงร้องเพลงเฮฮาดังมาจากในตึกขัง  เมื่อเสียงไขกุญแจเปิดประตูตึกได้ดังขึ้น  เสียงร้องเพลงและเสียงกีต้าร์ได้หยุดลงทันที  ความเงียบสงบได้เข้ามาแทนที่  ข้าพเจ้าเดินเข้าไปภายในตึกขัง  นักโทษประหารรายหนึ่งได้พูดกับข้าพเจ้า เพิ่งยิงไปเมื่อพุธที่แล้ว  อาทิตย์ละครั้งเลยหรือครับ  วันนี้กี่คนครับ  ข้าพเจ้าชูมือให้ดูพร้อมกับกางนิ้วทั้ง 5  ออก  มีเสียงร้องว่า โฮ่  เล่นทีเดียวตั้ง 5 คน  ผมโดนด้วยไหมครับ  ข้าพเจ้าตอบไป รอด  นักโทษคนนั้นถอนหายใจโล่งอก

              เมื่อข้าพเจ้าไปหยุดยืนที่หน้าห้องขังของน..ลี ยวน กวง  และน..ชู ชิน ก้วย  ซึ่งทั้งสองถูกขังอยู่ห้องเดียวกันและนั่งคุยกันอยู่  ข้าพเจ้าส่งเสียงเรียก ลี ยวน กวง  คนที่สะดุ้งสุดตัวกลับเป็นน..ชู ชิน ก้วย  และส่งเสียงร้องว่า อั๊วซี้เลี้ยว  ..ลี ยวน กวง  เอื้อมมือไปตบไหล่น..ชู ชิน ก้วย  พร้อมกับลุกขึ้นยืนและส่งมือไปให้น..ชู ชิน ก้วย  จับและจูงมือกันเดินออกมาที่ประตูห้อง  เมื่อออกมาพ้นประตูห้อง  ข้าพเจ้าสวมกุญแจมือน..ลี ยวน กวง  พี่เลี้ยงอีกนายสวมกุญแจมือน..ชู ชิน ก้วย  ทำการตรวจค้นตัว  พี่เลี้ยงนายอื่นได้แยกย้ายกันไปเบิกตัวนักโทษอีก 3 ราย

              ..ลี ยวน กวง  ถามข้าพเจ้า หัวหน้าคับ  ผงขอพกสถางทูกก่องล่ายไม้” (หัวหน้าครับ  ผมขอพบสถานทูตก่อนได้ไหม)  ข้าพเจ้าตอบว่า ไม่ได้หรอก  แต่เดี๋ยวจะให้เขียนจดหมายถึงญาติ  ลื้อค่อยเขียนจดหมายฝากให้สถานทูตตอนนั้นก็ได้  ส่วนน..ชู ชิน ก้วย  สะอื้นฮักมีน้ำตาไหลออกมาพร้อมกับพูดว่า ขอผงโทกับไปบ้างล่ายไม้” (ขอผมโทรกลับไปบ้านได้ไหม)  พี่เลี้ยงอีกนายตอบว่า ไม่ได้เหมือนกัน  โทรศัพท์เป็นของต้องห้ามลื้อก็รู้ 

              เมื่อนำนักโทษประหารทั้งหมดมาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง  ได้แยกย้ายกันพิมพ์ลายนิ้วมือนักโทษทั้งหมด  ..ลี ยวน กวง  และน..ชู ชิน ก้วย  ได้ร้องขอบุหรี่สูบและส่งเสียงคุยกันเป็นภาษาจีน  ส่วนน..บุญเกิดได้ขอน้ำเย็นดื่มพร้อมกับพูดว่า ผมไม่น่าไปคบกับสองคนนั่นเลย  ทำให้ผมซวยไปด้วย 

              เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  เข้ามาทำการตรวจสอบประวัติบุคคล  สารวัตรโกมลได้ขานชื่อขึ้นมาว่า ลี ยวน กวง  ..ลี ยวน กวง ได้ตอบไปว่า ค้าผง”(ครับผม)  ข้าพเจ้าจึงแกล้งแหย่ไปว่า ลื้อไม่ต้องไปบอกตำรวจเขาหรอกว่าลื้อค้าผง  เขารู้กันหมดแล้ว  ..ลี ยวน กวง  หัวเราะแหะๆพร้อมกับพูด หัวหน้าล้อผงเล่งไปล่าย  ผงพูกว่าค้าผงไม่ใช่ผงค้าผง” (หัวหน้าล้อผมเล่นไปได้  ผมพูดว่าครับผมไม่ใช่ผมค้าผง)  ทุกคนต่างหัวเราะขึ้นมาได้  บรรยากาศตึงเครียดเริ่มผ่อนคลาย 

              ..ชู ชิน ก้วยเริ่มมีสีหน้าดีขึ้น  ..บุญเกิดพูดว่า สองคนนั่นพูดไทยไม่ชัดหรอกครับหัวหน้า  ข้าพเจ้าตอบไปว่า ผมรู้แล้วแต่ผมล้อเล่น  ผมเห็นลี ยวน กวงท่าทางน่าจะเป็นคนคุยสนุก  ..ลี ยวน กวงยิ้มแล้วพูด ขอกคุงหัวหน้า  นักเข่าทำไมมากังเยอะจังละคับ  ผงขอพูกกักนักเข่าล่ายบั้งไม้”(ขอบคุณหัวหน้า  นักข่าวทำไมมากันเยอะจังละครับ  ผมขอพูดกับนักข่าวได้บ้างไหม)  ข้าพเจ้าตอบว่าเดี๋ยวผมจะถามผู้ใหญ่ให้  แล้วได้คำตอบมาว่าไม่อนุญาต

              ข้าพเจ้าเดินเข้าไปตบไหล่ปลอบใจน..ชู ชิน ก้วย  อั๊วอยากให้ลื้อทำใจ  ยังไงก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว  ..ชู ชิน ก้วยพูดว่า แต่ผงไม่ใช่คงไท  ไม่น่าปะหางผงเลย  ขอผงพกสถางทูกก่องล่ายไม้  โทละสักไปก็ยังลี”(แต่ผมไม่ใช่คนไทย  ไม่น่าประหารผมเลย  ขอผมพบสถานทูตก่อนได้ไหม  โทรศัพท์ไปก็ยังดี)  ข้าพเจ้าตอบไปว่า เรื่องโทรศัพท์กับเรื่องสถานทูตตัดทิ้งไปได้เลย  ผู้ใหญ่คงไม่ให้แน่  ชู ชิน ก้วยต้องเข้าใจนะ  ถึงชู ชิน ก้วยจะไม่ใช่คนไทย  แต่เข้ามาทำผิดในเมืองไทย  ภายใต้กฎหมายของไทย  ก็ต้องรับโทษตามกฎหมายของไทย  เวลาคนไทยไปอยู่ประเทศอื่น  เมื่อทำความผิด  ก็ต้องรับโทษตามกฎหมายของประเทศนั้นเช่นกัน  ..ชู ชิน ก้วย จึงนั่งคอตกลงไปอีก

              ..บุญเกิดพูดขึ้นบ้าง ถ้าผมไม่ร่วมมือกับพวกนี้  ผมคงไม่ต้องมาเป็นอย่างนี้หรอก  ผมไม่น่าเห็นแก่เงินเลย  เขาเสนอเงินค่าจ้างให้ผมดี  ให้ผมช่วยขับรถส่งของให้  ทำไปทำมาไปติดต่อเอาสายสืบฝรั่งเข้า  เลยพาซวยกันหมด  เงินก็ไม่ได้ใช้ซักบาท  แล้วยังต้องมาตายโดยขึ้นชื่อว่าเป็นนักโทษประหารอีก  ถ้ามีอภินิหารช่วยผมรอดไปได้  ผมจะบวชไม่สึกเลยจริงๆ  เสียดายที่อภินิหารที่ว่าคงไม่มีมาช่วยซะแล้ว

              หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจสอบประวัติบุคคลเสร็จ  เวรผู้ใหญ่เข้ามาทำการอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี  และให้ทั้งหมดเซ็นทราบในคำสั่งนั้น  จากนั้นได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายตามสะดวก  ..ลี ยวน กวง  และน..ชู ชิน ก้วย  ได้เขียนจดหมายขึ้นมาคนละ 2 ฉบับ  และขอร้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนฯช่วยเป็นธุระจัดส่งให้ถึงสถานทูตของแต่ละคน  ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนฯรับปากที่จะจัดการให้เป็นที่เรียบร้อย 

              เสร็จแล้วพี่เลี้ยงได้ช่วยกันยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษทั้งหมดกิน  แต่ทุกคนต่างปฏิเสธอาหารมื้อนี้  ขอแค่น้ำเย็นกันเท่านั้น  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงจึงนำนักโทษประหารที่นับถือศาสนาพุทธจำนวน 4 รายเข้าไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์  ภายในห้องเยี่ยมนักโทษสำหรับทนาย  ส่วนน..รอมาลี  ตาเย๊ะ  ได้ให้ประกอบพิธีละหมาดภายในหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  หลังฟังเทศน์เสร็จ  ข้าพเจ้าได้นำน..ลี ยวน กวง  ไปทำการประหารก่อนเป็นรายแรก  โดยให้นักโทษที่เหลือทั้ง 4 รายรออยู่ที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ  ..ลี ยวน กวง  โผเข้ากอดน..ชู ชิน ก้วย  พร้อมกับจับมือล่ำลากัน  แล้วหันไปจับมือน..บุญเกิดพร้อมกับพูดว่า อั๊วไปก่องน่อ  เลี้ยวเจอกังที่ซาหวัง” (อั๊วไปก่อนนะ  แล้วเจอกันที่สวรรค์)

              ระหว่างที่ข้าพเจ้านำน..ลี ยวน กวง  เดินผ่านศาลาเฉลิมพระเกียรติ์ฯ  นักข่าวจำนวนมากทั้งโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์  ต่างถ่ายรูปกันวูบวาบไปหมด  ..ลี ยวน กวงพูดกับข้าพเจ้าว่า ต้องยิ้งหน่อย  เวลาเมียผงเห็งเข่าจะล่ายรู้ว่าผงเค่งแข็ง” (ต้องยิ้มหน่อย  เวลาเมียผมเห็นข่าวจะได้รู้ว่าผมเข็มแข็ง)  แล้วน..ลี ยวน กวง  ได้ยิ้มให้ช่างภาพและเดินพูดคุยกับข้าพเจ้าไปตลอดทาง  เมื่อผ่านศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์ข้าพเจ้าบอกให้น..ลี ยวน กวง ยกมือไหว้  ..ลี ยวน กวง ถามข้าพเจ้าว่า เหมืองกักเง็กเซียงฮ่องเต้ไช่ไม้” (เหมือนกับเง็กเซียนฮ่องเต้ใช่ไหม)  ข้าพเจ้าตอบว่า ใช่คล้ายๆกันแต่คนไทยเรียกว่าเจ้าพ่อเจตคุปต์

              เมื่อถึงศาลาเย็นใจ  ข้าพเจ้าได้ให้นั่งที่เก้าอี้ขาว  หยิบดอกไม้ธูปเทียนส่งให้  พี่เลี้ยงอีกนายเอาผ้าดิบผูกตา  แล้วช่วยกันประคองเข้าสู่ห้องประหาร  โดยนำเข้าไปที่หลักประหารหลักที่หนึ่ง  ทำการผูกมัดตัวให้ติดกับหลักประหาร  ทำการตั้งเป้าตาวัว  เอาทรายแห้งโรยรอบหลัก  แล้วทำการขออโหสิกรรมอีกครั้ง  ..ลี ยวน กวง ได้พูดคำสุดท้ายว่า ผงซี้เลี้ยวทังบุงให้ล่วย” (ผมตายแล้วทำบุญให้ด้วย)

              พลเล็งปืนเข้าทำการบรรจุกระสุน  ตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว  เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้าตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่าตรงดีแล้วได้แจ้งความพร้อมต่อหัวหน้าชุดประหาร  ธงแดงได้สะบัดลงทันที ปัง  ปังๆๆๆๆๆๆ  เสียงปืนดังขึ้น 8 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 17.50 .  เมื่อเสียงปืนสงบ  ข้าพเจ้าได้ยินเสียงร้องครางและได้ยินคำพูดเป็นภาษาจีนดังแผ่วๆ  ออกมาจากหลักประหาร  เมื่อเข้าไปตรวจดูพบว่าน..ลี ยวน กวง  ยังไม่สิ้นใจดีสามารถสะบัดหัวไปมา  พร้อมกับยังคงส่งเสียงครางไม่หยุด  จึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ 

              เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้าทำหน้าที่อีกครั้ง  ธงแดงได้สะบัดลง ปัง ปังๆๆๆๆๆ  เสียงปืนดังขึ้นอีก 7 นัด  รวมใช้กระสุนในการประหารน..ลี ยวน กวง ทั้งสิ้น 15 นัด  เมื่อครบ 3 นาทีได้เข้าไปตรวจดูอีกครั้ง  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้ว  จึงนำร่างลงจากหลักประหารแล้วนำไปเก็บไว้ในห้องเล็ก  จากนั้นจึงออกไปรอรับตัวน..ชู ชิน ก้วย  และน..บุญเกิดที่ศาลาเย็นใจ

              เมื่อพี่เลี้ยงที่มาเสริมกำลัง  นำตัวน..ชู ชิน ก้วย และน..บุญเกิดมาถึง  ได้ให้ทั้งคู่นั่งที่เก้าอี้ขาว  ข้าพเจ้าหยิบดอกไม้ธูปเทียนส่งให้ทั้งคู่  ..บุญเกิดถามว่า เฮียเขาไปแล้วใช่ไหมครับ  ข้าพเจ้ายกมือตบหลังเบาๆแทนคำตอบ  พี่เลี้ยงอีกสองนายหยิบผ้าผูกตาให้ทั้งคู่  เสร็จแล้วได้ช่วยกันประคองทั้ง 2 คนเข้าสู่ห้องประหาร  โดยนำน..ชู ชิน ก้วย เข้าไปผูกมัดตัวที่หลักประหารหลักที่หนึ่ง  ..บุญเกิดเข้าผูกมัดตัวที่หลักประหารหลักที่สอง  ซึ่งน..ชู ชิน ก้วย ส่งเสียงพูดตลอดว่า อั๊วซี้เลี้ยว  อั๊วซี้เลี้ยว ๆ  เมื่อผูกมัดตัวทั้งคู่เสร็จ  ทำการตั้งเป้าตาวัว  เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร  ข้าพเจ้าได้ทำการขออโหสิกรรมทั้งคู่อีกครั้ง  แล้วแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนเข้ามาทำการบรรจุกระสุน  ตั้งศูนย์ปืนทั้ง 2 กระบอกให้ตรงกับเป้าตาวัว  เพชฌฆาตมือหนึ่งและสองเข้าตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อพร้อมแล้วธงแดงได้สะบัดลง ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  เสียงปืนทั้งสองกระบอกดังรัวออกมาพร้อมกัน  ใช้กระสุนสำหรับน..ชู ชิน ก้วย ทั้งสิ้น 11 นัดโดยเพชฌฆาตมือหนึ่ง  ใช้กระสุนสำหรับน..บุญเกิดทั้งสิ้น 9 นัดโดยเพชฌฆาตมือสอง  ทำการประหารทั้งคู่เมื่อเวลา 18.13 .

              เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างนักโทษทั้งคู่ที่หลักประหาร  ปรากฏว่าทั้งคู่ได้สิ้นใจไปแล้ว  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างทั้งคู่ลงจากหลักประหาร  แล้วนำไปเก็บไว้ในห้องเล็ก  เสร็จแล้วข้าพเจ้าจึงได้ออกไปรอรับตัวน..วิเชียรและน..รอมาลีที่ศาลาเย็นใจ  เพื่อนำตัวเข้าทำการประหารชีวิตเป็นชุดต่อไป

              ขออโหสิกรรมต่อนายลี ยวน กวง  นายชู ชิน ก้วย  นายบุญเกิด  จิตรปราณี  มา ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่ง

              ขอชมเชยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดของประเทศไทย  และเจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย  ที่ได้ร่วมกันสืบสวนจนสามารถจับกุมกลุ่มพ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติได้  มาด้วยใจจริง