วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

24.รอมาลี ตาเย๊ะ ผู้จ้างวานฆ่า


               
              น..รอมาลี,รอมลี,รอมะลี  ตาเย๊ะ  อายุ 47 ปี  หมายเลขประจำตัว 356/41  คดีใช้จ้างวานให้ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน  ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4)  ประกอบมาตรา 84  หมายเลขคดีดำที่ 1259/38  หมายเลขคดีแดงที่ 1034/40  ศาลจังหวัดนราธิวาส  เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอแว้ง  จังหวัดนราธิวาส
              วันที่ 26 มกราคม พ..2538  เวลา 11.00 .  ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในป้อมตำรวจบ้านบูเก๊ะตา  หมู่ที่ 2  ตำบลโล๊ะจูด  อำเภอแว้ง  ได้มีเสียงปืนจำนวน 2 นัดดังมาจากบริเวณลานแข่งนก  ซึ่งอยู่ห่างจากป้อมตำรวจประมาณ 500 เมตร  จึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบที่มาของเสียงปืน
              เมื่อไปถึงพบว่าที่บริเวณร้านน้ำชาที่ตั้งอยู่ข้างลานแข่งนก  มีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ลำตัวจำนวน 2 นัด  ได้รับบาดเจ็บสาหัส  จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก  เพื่อช่วยเหลือชีวิตเป็นการด่วน  แต่คนเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้สิ้นใจในเวลาต่อมา  ทราบชื่อว่านายสุรเชษฐ์  ลอดิง  เป็นกำนันตำบลโล๊ะจูด  อำเภอแว้ง  นั่นเอง
              จากการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า  ขณะที่นายสุรเชษฐ์กำลังนั่งคุยกับคนรู้จักภายในร้านน้ำชาที่เกิดเหตุ  ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน  ขับขี่รถจักยานยนต์เข้ามาจอดที่หน้าร้าน  คนซ้อนท้ายได้เดินเข้ามาจ่อยิงนายสุรเชษฐ์จำนวน 2 นัดซ้อน  จนนายสุรเชษฐ์ล้มลงนอนกับพื้น  จากนั้นคนร้ายได้วิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่พวกติดเครื่องรออยู่ขับหลบหนีไป
              เมื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามคนร้ายไปในทันที  เมื่อติดตามไปถึงบริเวณเชิงเขาลูโป๊ะเป๊ะ  หมู่ที่ 5  ตำบลโล๊ะจูด  ห่างจากที่เกิดเหตุไม่มากนัก  พบผู้ต้องสงสัย 3 คนกำลังช่วยกันเข็นรถจักรยานยนต์เข้าป่าข้างทาง  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ  ปรากฏว่าทั้งหมดได้ทิ้งรถและวิ่งหลบหนีเข้าป่าไป  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด  เมื่อทั้งหมดเห็นจวนตัวจะไปไม่รอด  ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหลายนัด  จึงเกิดการยิงต่อสู้กันประมาณ 1 นาที  เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปลอดภัย
              เมื่อเสียงปืนของคนร้ายสงบลง  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบจุดปะทะ  พบอาวุธปืนขนาด 9 มม.  ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 1 กระบอก  มีกระสุนเหลืออยู่ภายในแม็กกาซีน 1 นัด  เสื้อเชิ้ตสีขาวลายเขียวตกอยู่ 1 ตัว  ห่างออกไปอีกประมาณ 100 เมตร  พบคนร้าย 1 คนแอบอยู่ที่ข้างโขดหิน  จึงเข้าทำการปิดล้อมและสามารถจับกุมตัวไว้ได้  ทราบชื่อว่านายยือมันหรือสมาน  อีรอแสม  ค้นในตัวพบอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก  กระสุน 3 นัด  ปลอกกระสุน 3 ปลอก  ส่วนคนร้ายที่เหลือยังคงหลบหนีอยู่ภายในป่า  แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถติดตามต่อไปได้  เนื่องจากได้มืดค่ำลงเสียก่อน  จึงได้ทำการปิดล้อมไว้เพื่อทำการตรวจค้นในตอนรุ่งเช้าอีกครั้งหนึ่ง
              เมื่อสว่างดีแล้ว  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังกันออกค้นหาคนร้ายที่เหลือภายในป่าทันที  เมื่อค้นหาไปได้ประมาณ 500 เมตร  พบคนร้ายอีก 1 คนนอนอยู่ที่พื้น  จึงเข้าทำการปิดล้อมและสามารถจับกุมตัวไว้ได้  ทราบชื่อว่านายเปาซีหรือเพาซี  อารี  ได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนปืนของตำรวจเข้าที่ขา  ส่วนคนร้ายอีกคนสามารถหลบหนีฝ่าวงล้อมของตำรวจไปได้
              จากการสอบสวนคนร้ายทั้ง 2 คน  ได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่านายสุรเชษฐ์จริง  โดยรับจ้างจากนายรอมาลี  ตาเย๊ะ  อดีตผู้ใหญ่บ้านตำบลโล๊ะจูดในราคา 40,000 บาท  และนายรอมาลียังเป็นผู้จัดหาปืนทั้ง 2 กระบอกให้อีกด้วย  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามจับกุมตัวนายรอมาลี  เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย  แต่นายรอมาลีได้หลบหนีไปก่อนแล้ว
              วันที่ 15 มีนาคม พ..2538  นายรอมาลีได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  โดยให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด  แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอ  จึงรวบรวมสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆ  ส่งมอบให้อัยการเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีคนทั้งหมด  ต่อศาลจังหวัดนราธิวาส  และได้ขออำนาจศาลฝากขังทั้งหมดไว้ที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส
              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนายรอมาลี  ส่วนนายสมานถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต  และนายเปาซีให้จำคุก 50 ปี  และได้ส่งทั้งหมดมาควบคุมไว้ที่เรือนจำกลางบางขวาง  ทั้งหมดได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ..สมานและน..เปาซีสละสิทธิ์การยื่นฎีกาต่อศาลเป็นนักโทษเด็ดขาดไปก่อน  ส่วน ข..รอมาลีได้ยื่นฎีกาต่อศาลตามสิทธิ์  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์  ..รอมาลีได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษ  และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1            
     
              วันพุธที่ 18 เมษายน พ..2544  หลังจากที่ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า  ภายในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 5 ราย  ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  และทำการสวดมนต์ไหว้พระ  ทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษทั้งหมดมาดำเนินการตามขั้นตอนการประหารชีวิตต่อไป
              เวลา 16.10 .  เมื่อได้รับทราบรายชื่อนักโทษประหารทั้งหมดแล้ว  และได้จัดแบ่งหน้าที่ในการเบิกตัวและดูแลนักโทษทั้งหมด  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมดได้เข้าไปที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกขังไขกุญแจเปิดประตูตึก  ข้าพเจ้าได้แยกไปรับตัวน..ลี ยวน กวง  จึงไม่เห็นอาการของน..รอมาลีแต่อย่างใด  แต่ทราบจากพี่เลี้ยงที่ทำการเบิกตัวในภายหลังว่า  ..รอมาลีได้ร้องเรียกหาพระอัลเลาะห์  พร้อมกับคุกเข่าก้มลงเอาศรีษะแตะพื้น  แล้วจึงลุกขึ้นเดินออกมาจากห้องขัง
              เมื่อพี่เลี้ยงนำนักโทษประหารทั้งหมดมาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  เจ้าหน้าที่จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง  ได้แยกย้ายกันพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจสอบประวัติบุคคลนักโทษประหารทั้งหมดตามระเบียบ  ในวันนั้นได้มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่  และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน  โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนทุกแขนง  เข้าร่วมสังเกตการณ์และถ่ายทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก
              ..รอมาลีได้ถามพี่เลี้ยงที่ดูแลว่า คนนั้นใช่รัฐมนตรีหรือเปล่า  พี่เลี้ยงนายนั้นตอบว่า ใช่  ท่านมาเป็นประธานในวันนี้  ..รอมาลีร้องว่าโอ้โห ! ผมจะตายทั้งทีมีทั้งรัฐมนตรี  และนักข่าวมากันเพียบแบบนี้  ผมก็ดังนะซิครับ  พี่เลี้ยงคนเดิมถามว่า แล้วบังได้สั่งฆ่าเขาจริงไหม  ..รอมาลีตอบว่า ไม่จริงครับผมถูกใส่ร้าย  คนตายกับผมเป็นเพื่อนกันมาก่อน  พอดีมีปัญหากันเรื่องตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านขึ้นมา  แล้วกำนันคนนั้นมาถูกยิงตายในช่วงที่ผมถูกปลดจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านพอดี  ญาติของคนตายก็เพ่งเล็งมาที่ผม  พอตำรวจจับมือปืนได้  มือปืนรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่าจริง  แต่ไม่รู้ว่าไปสอบสวนกันยังไง  มือปืนซัดทอดว่าผมเป็นคนสั่งฆ่า  ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ  ผมถูกกล่าวหา 
              เจ้าหน้าที่ตำรวจที่พิมพ์ลายนิ้วมือถามว่า แล้วมือปืนไปรู้จักบังได้ยังไง  ถึงได้โยนความผิดมาให้บังได้  ..รอมาลีตอบว่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน  ต้องมีคนร่วมมือกันโยนความผิดมาให้ผมแน่  ถ้าผมยังอยู่ในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน  ตำแหน่งกำนันที่ว่างลงจะไปไหนเสีย  มันต้องเป็นของผมอย่างแน่นอน  ฉะนั้นคนที่อยากได้ตำแหน่งนี้  จึงวางแผนฆ่ากำนันคนนั้นแล้วโยนความผิดมาให้ผม  โดยอาศัยจังหวะที่ผมกับคนตายกำลังมีปัญหากันอยู่ 
              พี่เลี้ยงอีกนายถามไปว่า แล้วผลประโยชน์มันมากนักหรือยังไง  ถึงได้มีคนอยากเป็นผู้ใหญ่กำนันกันนัก  ..รอมาลีตอบว่ามากมายไปหมดครับ  ลำพังเงินเดือนกำนันและผู้ใหญ่บ้านได้แค่ไม่กี่บาทหรอกครับ  แต่อำนาจซิครับเหลือเฟือ  ถ้าได้ตำแหน่งเมื่อไร  ผลประโยชน์ก็จะตามมาเอง  ไหนจะนักการเมืองเรียกเข้าหาเพื่อให้เป็นหัวคะแนน  ไหนจะผลประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่น  แล้วยังลูกบ้านอีกหละครับ  ถ้าได้เป็นตัวแทนในผลผลิตทางการเกษตรหรืออะไรก็ตามให้กับลูกบ้าน  ประโยชน์ที่จะได้รับเป็น 2 ต่อเลยครับ  ทั้งได้บุญคุณจากลูกบ้าน  และยังได้กำไรจากเปอร์เซ็นต์ที่พ่อค้าแบ่งให้อีก  เมื่อผลประโยชน์มันเป็นยังงี้  ใครก็อยากเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านกันทั้งนั้นแหละครับ
              หลังจากที่พิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ  เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรีให้นักโทษประหารทั้งหมดฟัง  แล้วให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น  ต่อจากนั้นได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายตามสะดวก  ..รอมาลีพูดว่า หัวหน้าครับผมขอละหมาดก่อนได้ไหมครับ  พี่เลี้ยงนายหนึ่งตอบไปว่า เดี๋ยวหลังจากเขียนจดหมายเสร็จ  และกินข้าวกันเรียบร้อยแล้ว  เขาจะอนุญาตให้บังละหมาดได้ตามถนัด
              พี่เลี้ยงทั้งหมดได้ช่วยกันยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษทั้งหมดกิน  แต่ไม่มีผู้ใดแตะต้องอาหารเหล่านั้น  เพียงขอน้ำเย็นดื่มกันเท่านั้น  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงเกือบทั้งหมดนำนักโทษที่นับถือศาสนาพุทธ  ไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์ที่ได้นิมนต์มา  ส่วนน..รอมาลีได้ใช้โสร่งปูกับพื้นแล้วทำการละหมาด  โดยมีพี่เลี้ยงคอยดูแลอยู่ 2 นาย  เมื่อพระเทศน์จบแล้ว  ข้าพเจ้านำน..ลี ยวน กวง  ไปทำการประหารชีวิตก่อนเป็นรายแรก  โดยให้นักโทษประหารที่เหลือ  รออยู่ที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯซึ่งน..รอมาลียังทำการละหมาดไม่เสร็จ
              หลังจากทำการประหารน..ลี ยวน กวง  เสร็จแล้ว  ได้นำน..ชู ชิน ก้วย  และน..บุญเกิดเข้าทำการประหารชีวิตเป็นชุดที่สอง  เสร็จแล้วได้แจ้งให้พี่เลี้ยงที่มาเสริมกำลัง  นำน..วิเชียรและน..รอมาลีมาส่งตัวที่ศาลาเย็นใจเป็นชุดสุดท้าย  โดยข้าพเจ้ารอรับนักโทษประหารทั้งคู่อยู่ที่ศาลาแห่งนี้ 
              เมื่อนำตัวน..วิเชียรและน..รอมาลีมาถึง  ..รอมาลีได้ขออนุญาตละหมาดอีกครั้ง  ซึ่งก็ได้รับการอนุญาตตามคำขอ  ข้าพเจ้าจึงนำน..วิเชียรเข้าไปผูกมัดตัวที่หลักประหารหลักที่หนึ่งก่อน  เสร็จแล้วจึงออกมารับตัวน..รอมาลีเป็นรายต่อไป  ปรากฏว่าน..รอมาลียังละหมาดไม่เสร็จ 
              ในขณะที่ข้าพเจ้ารอให้น..รอมาลีละหมาดอยู่นั้น  มีคนมาสะกิดที่ข้อศอกข้าพเจ้า  เมื่อข้าพเจ้าหันไปมอง  เห็นคนที่สะกิดข้าพเจ้าเป็นชายผิวขาวใส่สูทผูกเน็คไทสวมแว่นสายตา  ข้าพเจ้าจึงถามไปว่า มีอะไรหรือครับ  ชายคนนั้นพูดว่า คุณเห็นนักข่าวที่ตามมายืนออกันอยู่ที่นั่นไหม  ช่วยไปกันนักข่าวไว้อย่าให้เข้ามาใกล้กว่านี้ด้วย 
              ข้าพเจ้าตอบไปว่า ขอโทษนะครับ  ผมไปช่วยกันนักข่าวให้ไม่ได้ครับ  ผมเป็นเจ้าหน้าที่พี่เลี้ยงจะต้องเอาตัวนักโทษเข้าไปทำการประหารครับ  ชายคนนั้นพูดอีกว่า ให้คนอื่นทำก็ได้  ผมบอกให้คุณไปคุณก็ไปเถอะ 
              สงสัยชายคนนั้นคงจะคิดว่าการทำหน้าที่พี่เลี้ยงง่ายเหมือนการฆ่าเป็ดฆ่าไก่
             
              ข้าพเจ้าได้ตอบว่า ผมไปไม่ได้จริงๆครับผมมีหน้าที่ต้องทำ  ชายคนนั้นแสดงอาการไม่พอใจข้าพเจ้าแล้วพูดเสียงกระชากว่า คุณรู้ไหมผมคือใคร  ผมมากับท่านรัฐมนตรีนะ 
              ข้าพเจ้าพยายามเก็บอารมณ์อย่างเต็มที่  แล้วพูดตอบผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นไปว่า คุณจะมากับใครเป็นเรื่องของคุณ  ผมรู้แต่ว่าหน้าที่ของผมคือนำนักโทษเข้าไปประหาร  ถ้าคุณจะให้ผมทำตามที่คุณบอก  ช่วยให้ผู้บัญชาการเรือนจำ  หรือท่านรัฐมนตรีของคุณเป็นผู้สั่งการมาเลยครับ  ผมถึงจะยอมทิ้งหน้าที่ที่ผมต้องรับผิดชอบไปได้  ชายคนนั้นโกรธข้าพเจ้าจนหน้าแดงแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าไปในกลุ่มของตน  ข้าพเจ้าจึงเลิกสนใจในเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้ 
              น่าเบื่อจริงๆนะครับที่สังคมบ้านเรามีคนชอบทำตัวแสดงความยิ่งใหญ่  ทั้งๆที่คนซึ่งถูกกล่าวอ้างเช่นรัฐมนตรีท่านนี้  เป็นบุคคลที่สังคมยอมรับในความงามดี  ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยอะไรเลย  แต่ท่านคงไม่รู้ว่าคนใกล้ตัวของท่าน  ได้นำชื่อท่านมาแอบอ้างเบ่งบารมีอวดคนอื่น  โดยไม่มีสามัญสำนึกเลยว่าสิ่งที่ทำไปนั้นถูกต้องหรือไม่   
              ..รอมาลีใช้เวลาละหมาดนานร่วม 20 นาทีก็ยังไม่เสร็จ  หัวหน้าชุดประหารจึงเข้าไปสะกิดขอให้เร่งรัดด้วย  เนื่องจากน..วิเชียรถูกมัดตัวรออยู่ที่หลักประหารนานแล้ว  ..รอมาลีจึงยอมหยุดละหมาด  ข้าพเจ้าให้นั่งที่เก้าอี้ขาว  หยิบดอกไม้ธูปเทียนส่งให้  แต่น..รอมาลีปฏิเสธไม่รับโดยบอกว่าผิดหลักศาสนา  พี่เลี้ยงอีกนายนำผ้าดิบมาผูกตา  แล้วช่วยกันประคองเข้าไปภายในห้องประหาร  โดยนำตัวเข้าไปที่หลักประหารหลักที่สอง
               เมื่อน..วิเชียรได้ยินเสียงตรวนของน..รอมาลีดังขณะเดินเข้าไปที่หลักประหาร  ..วิเชียรได้พูดขึ้นว่า ทำไมนานเหลือเกิน  ผมเสียวหลังจนไม่รู้ว่าจะเสียวยังไงแล้ว  จะฆ่าจะแกงก็รีบๆทำเถอะ  มันทรมานจิตใจผมเหลือเกิน  ..รอมาลีส่งเสียงตอบไปว่า ขอโทษทีเพื่อนที่ให้รอ  ผมละหมาดนานไปหน่อย   
              เมื่อนำตัวน..รอมาลีเข้ามาถึงหลักประหาร  ข้าพเจ้าได้ทำการผูกมัดตัว  ตั้งเป้าตาวัวให้ตรงกับจุดที่ตั้งของหัวใจ  เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร  ข้าพเจ้าได้กระซิบบอกน..รอมาลี นึกถึงพระอัลเลาะห์ไว้นะบัง  เสียงน..รอมาลีตอบว่า ขอบคุณครับหัวหน้า  ข้าพเจ้าทำการขออโหสิกรรมต่อนักโทษประหารทั้งคู่อีกครั้ง  แล้วแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ
              พลเล็งปืนได้เข้ามาทำการบรรจุกระสุน  และตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว  เพชฌฆาตมือหนึ่งและมือสองเข้าทำการตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อพร้อมแล้วได้แจ้งความพร้อมให้หัวหน้าชุดประหารทราบ  ธงแดงได้สะบัดลงอีกครั้งหนึ่ง  เสียงปืนดังขึ้นมาทันที ปัง  ปังๆๆๆๆๆๆๆ  รวมกระสุนที่ใช้ในการประหารน..รอมาลีทั้งสิ้น 9 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 18.37 .  โดยเพชฌฆาตมือสองเป็นผู้ทำการประหาร
              เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างนักโทษทั้งคู่ที่หลักประหาร  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้วทั้งสองคน  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างทั้งคู่ลงจากหลักประหาร  และไปนำร่างนักโทษประหารอีก 3 รายภายในห้องเล็ก  ออกมานอนเรียงคว่ำหน้าที่หน้าหลักประหาร  เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือนักโทษทั้งหมดต่อไป
              ขอให้นายรอมาลี  ตาเย๊ะ  จงได้อยู่บนสรวงสวรรค์กับองค์อัลเลาะห์  และข้าพเจ้าขออโหสิกรรมมา ณ ที่นี้ด้วย
              ขออภัยต่อกำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกท่านที่ได้กล่าวอ้างถึง  ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่าทุกท่านทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่พึ่งที่ดีของลูกบ้านมา ณ ที่นี้
              ขอให้ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย  โปรดเลิกประพฤติตนอวดเบ่งอำนาจบารมีของตนเสียเถิดครับ  คนเราผลสุดท้ายก็ต้องตายด้วยกันทุกคน  ไม่มีใครหนีพ้นไปได้
              ขอชมเชยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ..แว้งทุกท่าน  ที่มีความกระตือรือร้นในการตรวจสอบที่เกิดเหตุ  และได้เสี่ยงชีวิตในการเข้าจับกุมคนร้าย  มาด้วยใจจริง