วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

25.สุชาติ ท้าวคำหลง ชาติคอนวอย


             น..สุชาติ  ท้าวคำหลง  อายุ 48 ปี  หมายเลขประจำตัว 734/41  คดียาเสพติดให้โทษ  ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  ..2522  มาตรา 15 วรรค 2, 66 วรรค 2  ประกอบด้วยกฎหมายอาญามาตรา 83, 371  พระราชบัญญัติอาวุธปืน  เครื่องกระสุนปืน  วัตถุระเบิด  ดอกไม้เพลิง  และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ..2490  มาตรา 7, 8 ทวิ วรรค 1, 72 วรรค 1, 72 ทวิ วรรค 2  หมายเลขคดีดำที่ 1500/40  หมายเลขคดีแดงที่ 8839/41  ศาลอาญากรุงเทพฯ  ผลงานการจับกุมของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด

              ต้นเดือนพฤศจิกายน พ..2539  เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดให้โทษ  ได้รับแจ้งจากสายว่ามีกลุ่มพ่อค้ายาบ้ากำลังต้องการขายยาบ้าจำนวนมาก  จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวเข้าไปล่อซื้อ  และสามารถติดต่อซื้อขายกันเป็นผลสำเร็จ  ทราบชื่อพ่อค้ายาบ้าผู้เป็นคนติดต่อว่านายวิชาญ  คุ้มยิ้ม  โดยตกลงซื้อขายยาบ้ากันจำนวน 45,000 เม็ด  เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,000,000 บาท  และตกลงที่จะส่งมอบของกันในวันที่ 6 ธันวาคม พ..2539  เวลา 12.00 .  ภายในวัดพนัญเชิง  กรุงเทพฯ

              เมื่อถึงเวลานัดนายวิชาญได้ขอเปลี่ยนที่ส่งมอบของไปที่วัดหลักสี่  แขวงทุ่งสองห้อง  เขตดอนเมือง  กรุงเทพฯ  ในเวลา 17.00 .  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังไปซุ่มรอดักจับกุมกลุ่มพ่อค้ายาบ้าดังกล่าว  จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 .  มีรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9-6094 กทม.แล่นเข้ามาจอดภายในวัดหลักสี่ใกล้กับรถตำรวจที่ปลอมตัวไปล่อซื้อ  โดยมีนายวิชาญนั่งมากับชายอีก 2 คน  ทราบชื่อในภายหลังว่านายสุชาติ  ท้าวคำหลงและนายเกรียงศักดิ์  อ่อนมาเสน

              หลังจากนั้นนายวิชาญได้นำนายสุชาติเข้าไปตรวจนับเงิน  ภายในรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวไป  โดยมีนายเกรียงศักดิ์ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก  เมื่อตรวจนับเงินได้ครบตามจำนวนแล้ว  นายวิชาญได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวไป  เข้าไปดูยาบ้าซึ่งเก็บไว้ภายในรถที่นายสุชาติเป็นผู้ขับมา  เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นยาบ้าภายในรถแล้ว  ได้ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มล้อมอยู่  บุกจู่โจมเข้าจับกุมคนทั้งหมดทันที 

              จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  พบยาบ้าจำนวน 44,600 เม็ดวางอยู่ภายในรถคันดังกล่าว  พร้อมกับตรวจพบอาวุธปืนขนาด .357 และขนาด 9 ..อย่างละ 1 กระบอก  โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องจากคนทั้งสาม  จึงนำตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด  เพื่อขยายผลการจับกุมต่อไป

              จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  นายเกรียงศักดิ์และนายวิชาญให้การรับสารภาพ  ส่วนนายสุชาติได้ให้การปฏิเสธโดยอ้างว่า  ตนมีอาชีพรับขนส่งปูนซีเมนต์และน้ำมัน  และยังมีปั๊มน้ำมันเป็นของตนเองอีกด้วย  โดยมีนายเกรียงศักดิ์และนายวิชาญเป็นลูกน้องที่ทำงานอยู่ด้วยกัน  ต่อมานายวิชาญได้ขอลาออกไปแต่ยังติดต่อกันอยู่

              ก่อนถูกจับกุมนายวิชาญได้มาหาตน  เพื่อขอยืมรถไปเยี่ยมญาติที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลในจังหวัดอยุธยา  ตนเห็นว่ารถคันนี้เพิ่งซื้อมาใหม่  จึงเป็นผู้ขับพานายวิชาญไปเยี่ยมญาติด้วยตนเอง  ระหว่างทางนายเกรียงศักดิ์ได้โทรศัพท์มาหาตนว่า  รถกระบะของตนอีกคันหนึ่งจอดเสียอยู่ที่ตลาดวังน้อย  ตนจึงขับรถแวะเข้าไปดู  ซึ่งนายเกรียงศักดิ์ได้บอกว่าจะต้องไปหาซื้ออะไหล่เก่าที่หลักสี่  กรุงเทพฯ  นายวิชาญจึงขอติดรถไปด้วย  โดยบอกว่าจะนำยาแผนโบราณไปให้ญาติที่วัดหลักสี่ 

              เมื่อไปถึงนายวิชาญได้ขอลงจากรถไปก่อน  ส่วนนายเกรียงศักดิ์ขอตัวไปซื้อน้ำดื่ม  ตนจึงขับรถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถ  สักพักเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนายเกรียงศักดิ์และนายวิชาญ  ตนสงสัยว่ามีเรื่องอะไรกันและกำลังจะเข้าไปสอบถาม  ตนก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวเสียก่อน  จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายภายในรถ  ปืนขนาด .357 นั้นเป็นของนายเกรียงศักดิ์  และปืนขนาด 9 ..เป็นของนายวิชาญ  ส่วนเรื่องยาบ้าที่อ้างว่าตรวจค้นได้ภายในรถของตนนั้น  ตนขอยืนยันว่าไม่รู้ไม่เห็นและไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด

              หลังการสอบสวนเสร็จสิ้น  ได้ขออำนาจศาลฝากขังทั้งสามคนไว้ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ  บางเขน  พร้อมกับรวบรวมสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆส่งมอบให้อัยการ  เพื่อส่งฟ้องดำเนินคดีบุคคลทั้งสาม  ต่อศาลอาญากรุงเทพฯ

              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนายสุชาติ  ส่วนนายเกรียงศักดิ์และนายวิชาญให้จำคุกตลอดชีวิต  และได้ส่งทั้ง 3 คนมาคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง  ทั้งหมดได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ..สุชาติและข..เกรียงศักดิ์ได้ยื่นฎีกาต่อศาล  ..วิชาญได้สละสิทธิ์การยื่นฎีกาเป็นนักโทษเด็ดขาดไปก่อน  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์  ..สุชาติได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์  และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  

              วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ..2544  เวลา 10.00 .  ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า  ในวันนี้จะทำการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดคดียาบ้า  ซึ่งตรงกับวันต่อต้านยาเสพติดสากล  และทางรัฐบาลได้เผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลางที่จับกุมได้  ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอินอีกด้วย  ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  ทำการสวดมนต์ไหว้พระ  บูชาท้าวเวชสุวรรณ  พร้อมทั้งทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษเพื่อมาดำเนินการตามขั้นตอนการประหารชีวิตต่อไป

              เวลา 11.45 .  นายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าวทางโทรทัศน์ทุกช่องมีใจความว่า ในวันนี้สหประชาชาติมีมติให้เป็นวันต่อต้านยาเสพติดสากล  เพื่อเป็นการกระตุ้นระดมความคิดเพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว  ปรากฏว่าประสบความสำเร็จในด้านการปราบปรามยาเสพติดเป็นอย่างมาก  และการเผาทำลายยาเสพติดก็ถือเป็นมาตรการหนึ่งที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่า  รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ยาเสพติดมาทำลายเยาวชนในชาติหรือย้อนกลับไปสู่วงจรได้อีก  และถึงทุกวันนี้ทุกประเทศทั่วโลกจะต้องร่วมมือและช่วยกันแก้ปัญหาดังกล่าว     

              รัฐบาลพยายามที่จะดำเนินการทุกวิถีทางในการแก้ปัญหาดังกล่าว  รวมทั้งฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดเพื่อไม่ให้เด็กไทยตกเป็นทาส  ซึ่งในการเผาทำลายยาเสพติดวันนี้จะมีจำนวนถึง 4.3 ตัน  เป็นยาบ้าถึง 19 ล้านเม็ด  โดยมียาบ้าตัวใหม่ที่มีสารประกอบอันตรายอย่างมาก  จึงอยากขอร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันสกัดกั้น  ซึ่งจากการที่ได้ไปเยือนประเทศพม่าอย่างเป็นทางการ  ทางพม่าก็รับปากให้ความร่วมมือการประชุมร่วม 4 ฝ่าย  ระหว่างไทย  จีน  พม่า  และลาว  เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว  เพราะวันนี้เราจะใช้วิธีใดวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาคงไม่มีทางสำเร็จ  จะต้องใช้ทั้งเรื่องต่างประเทศ  ตำรวจ  ทหาร  ศีลธรรม  สังคมเข้ามาแก้ไข

              ขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จะเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหา  โดยในวันนี้ทางกรมราชทัณฑ์จะประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดอีก 1 ราย  ซึ่งมียาเสพติดไม่กี่หมื่นเม็ด  ดังนั้น  ผู้ค้ายาผู้ผลิตรายใหญ่ๆมียาเสพติดไว้ในครอบครองเป็นแสนเม็ด  ก็ไม่ต้องห่วงให้รอรับโทษประหารไว้อย่างเดียว  จึงขอฝากไปถึงผู้ค้ารายใหญ่ที่หวังรวยได้เงินมาอย่างง่ายๆว่า  รัฐบาลชุดนี้เอาจริงเอาจังอย่างแน่นนอน  และจะเน้นวิธีการประหารชีวิต  การปราบปรามการลงโทษที่รุนแรง

              รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแถลงว่า การเผาทำลายยาเสพติดในวันนี้มีน้ำหนักรวมถึง 4,333.421 กิโลกรัม  จาก 14,228 คดี  มูลค่าประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท  โดยเป็นยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีนถึง 19 ล้าน 8 แสนเม็ด  ฝิ่น 135 กิโลกรัม  เฮโรอีน 1,000 กิโลกรัม  โดยการเผายาเสพติดครั้งนี้ได้รวมการจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่ที่อำเภอพบพระ  จังหวัดตาก  เป็นจำนวนถึง 14 ล้านเม็ด  โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการเผายาเสพติดของกลางมาตั้งแต่ พ..2520  รวมจนถึงวันนี้มีจำนวน 44,359.67 กิโลกรัม  และยังมียาเสพติดอยู่ในคลังของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  และรอการเผาทิ้งอีกจำนวนประมาณ 20 ตัน

              ทางสหประชาชาติคาดว่าประชากรของโลกประมาณ 3-4 เปอร์เซ็นต์  หรือประมาณ 210 ล้านคน  มีปัญหาติดยาเสพติดและสารเสพติด  โดยยาเสพติดที่เป็นภัยคุกคามหนักเป็นอันดับหนึ่งและระบาดทั่วทุกภูมิภาคของโลกคือยาบ้า  ซึ่งมีทั้งรูปแบบที่เป็นเม็ด  เป็นผลึก  และชนิดน้ำฉีดเข้าเส้น  รองลงมาคือเฮโรอีนและโคเคน  และทางสหประชาชาติยังคาดด้วยว่า  ยาบ้าจะเป็นยาเสพติดที่ระบาดตลอดยุคศตวรรษที่ 21  และประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายงานการระบาดสูงสุด  รองลงมาคือญี่ปุ่น  ส่วนในกลุ่มประเทศแถบยุโรป  ประเทศที่กำลังประสบปัญหามากที่สุดคือสหราชอาณาจักร  และเยอรมัน  โดยแนวโน้มทั่วโลกวิเคราะห์ว่าการแพร่ระบาดจะเพิ่มสูงขึ้น

              สำหรับสถานการณ์ผู้เสพยาบ้าในประเทศไทย  ล่าสุดมีผู้เสพยาแต่ไม่ถึงขั้นติดอยู่ประมาณ 3 แสนคน  โดยอายุของผู้เสพที่พบต่ำสุดคือ 7 ขวบ  ส่วนวิธีที่นิยมใช้เสพคือการสูบควันเข้าปอด  ซึ่งเป็นวิธีที่มีอันตรายต่อระบบสมองสูง  จะเป็นการทำลายเซลล์สมองส่วนที่ผลิตสารซีโรโทนิม  ที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์  การเรียนรู้  และทำให้เกิดความจำเสื่อม  จำนวนเซลล์ต่างๆจะลดลงเรื่อยๆ  จนกลายเป็นบุคคลปัญญาอ่อนในที่สุด

              หลังจากนั้นนักข่าวได้ประกาศชื่อนักโทษที่จะถูกประหารชีวิตคือ นายสุชาติ  ท้าวคำหลง  ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์  นักโทษคดียาบ้าจำนวน 44,600 เม็ด  ทางเรือนจำจึงรีบจัดเจ้าหน้าที่เข้าประกบตัวน..สุชาติ  และจัดเจ้าหน้าที่คอยตรวจตรารอบเรือนจำ  เพื่อป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้  เนื่องจากการรู้ตัวล่วงหน้าของนักโทษที่จะถูกประหาร  และญาติพี่น้องรวมทั้งพวกพ้องของนักโทษ

              เวลา 16.00 .  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีก 2 นาย  พร้อมด้วยผู้อำนวยการส่วนควบคุมฯ  เข้าไปเบิกตัวน..สุชาติที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกขังไขกุญแจเปิดประตูตึก  เสียงนักโทษในห้องขังส่งเสียงให้กันว่า บอกพี่ชาติด้วยว่าหัวหน้ามารับแล้ว  และมีเสียงถามมาว่า หัวหน้าครับ  เดี๋ยวนี้เขาประกาศให้รู้ล่วงหน้าด้วยหรือครับ  ข้าพเจ้าตอบไปว่า คงไม่ทุกครั้งหรอก  พอดีวันนี้เป็นวันต่อต้านยาเสพติดสากล  เขาจึงประกาศให้รู้ว่าเอาจริงกับนักค้ายาเสพติด  ทีแรกผมเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใครหรอก  มารู้เอาตอนโทรทัศน์ประกาศเหมือนกัน  แล้วสุชาติเป็นไงบ้างหลังจากรู้ตัวแล้ว  เสียงนักโทษในห้องบอกว่า พี่เขาแต่งตัวรอหัวหน้าอยู่ที่ห้องแล้วครับ

              เมื่อข้าพเจ้าเดินเข้าไปถึงห้องของน..สุชาติ  ปรากฏว่าน..สุชาติอาบน้ำโกนหนวดและตัดผมอย่างเรียบร้อย  ใส่เสื้อม่อฮ่อมสีน้ำเงิน  มายืนรอที่หน้าประตูห้องแล้ว  เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกไขกุญแจเปิดห้อง  ..สุชาติเดินออกมาจากห้องทันทีพร้อมกับยกมือไหว้ทุกคน สวัสดีครับหัวหน้า  ผมพร้อมแล้วครับ  ข้าพเจ้าทำการตรวจค้นตัวและสวมกุญแจมือ  ..สุชาติพูดกับข้าพเจ้า ไม่ต้องสวมกุญแจมือผมได้ไหมครับ  ผมรับรองว่าจะไม่ทำความหนักใจให้ใครเด็ดขาด  ข้าพเจ้าพูดว่า มันเป็นระเบียบนะชาติ  แต่เดี๋ยวพอถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯแล้ว  ผมจะขออนุญาตไขกุญแจมือออกให้  พร้อมกับนำตัวออกจากตึกขังทันที               

              ระหว่างทางน..สุชาติถามข้าพเจ้า หัวหน้าครับ  วันนี้มีนักข่าวมาทำข่าวกันไหมครับ  ข้าพเจ้าตอบไปว่า มีมาทุกสำนักเลย  ..สุชาติพูดว่า ผมไม่อยากให้นักข่าวมาถ่ายทำเลย  มันดูแล้วเหมือนว่าเราเป็นตัวอะไรที่เขาเอาไปเชือด  แล้วยังเป็นการประจานเราให้คนเห็นอีก  ลูกเมียผมจะรู้สึกยังไงถ้ามีคนพูดว่า  เห็นผมเป็นนักโทษประหารคดียาบ้าทางโทรทัศน์  คนรู้จักผมมีมากมาย  แค่ประกาศชื่อออกมาวันนี้  ทางบ้านผมคงอับอายแย่แล้วครับ

              เมื่อเข้ามาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง  เข้ามาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจสอบประวัติบุคคล  สารวัตรโกมลถามว่า อาชีพเดิมคุณทำอะไรครับ  ..สุชาติบอกว่า ผมเป็นเจ้าของรถบรรทุกครับ  ผมมีหลายคัน  แถวๆวิเชียรบุรีทุกคนต่างรู้จักผมดี  ใครๆก็เรียกผมว่า ชาติ  คอนวอย  สารวัตรโกมลถามอีกว่า แล้วรายได้ไม่ดีหรือยังไง  ถึงได้คิดมาขนยาบ้า

              ..สุชาติตอบว่า ลูกน้องผมนะซิครับทำอะไรไม่บอกผมก่อน  ทีแรกผมไม่รู้หรอกว่ารถผมมียาบ้าอยู่  แต่เมื่อเข้ามาในเขตกรุงเทพฯแล้ว  ลูกน้องผมถึงบอกผมว่ามีของพิเศษติดรถมาด้วย  ผมเลยด่าพวกมันไปเป็นกระบุงโกย  ซึ่งลูกน้องผมทุกคนรักผมเหมือนเป็นพี่ใหญ่  ผมเลี้ยงลูกน้องอย่างกันเอง  แต่เมื่อเรื่องมาจนถึงขั้นนี้แล้ว  และลูกน้องผมรับรองว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีกขอเพียงครั้งนี้ครั้งเดียว  และรับรองความปลอดภัยในการส่งของอีกด้วย  ผมเลยตัดสินใจช่วยเหลือมันสักครั้ง  แต่เมื่อเอาของไปส่งให้ลูกค้า  ปรากฏว่าลูกน้องผมหาเรื่องซวยให้ผม  ดันไปติดต่อค้าขายกับตำรวจปราบปรามยาเสพติด  แล้วอะไรมันจะเหลือครับ  ผมปฏิเสธข้อหาไป  ลูกน้องผมก็พยายามช่วยเหลือผมกันผมออกจากคดี  แต่ศาลไม่เชื่อเพราะผมเป็นเจ้าของรถ  เลยถูกตัดสินประหารอย่างที่เห็นนี่แหละครับ

              ข้าพเจ้าถามว่า ชาติเป็นคนเกิดที่ไหนทำไมนามสกุลเหมือนคนทางฝั่งโน้น  ..สุชาติบอกว่า พ่อผมเป็นคนฝั่งลาวมีฐานะค่อนข้างดีคนหนึ่ง  แม่ผมเป็นคนไทยครับ  ผมหากินทางรถบรรทุกมานาน  รู้จักคนกว้างขวาง  ตัวผมเองไม่เดือดร้อนเรื่องเงินแม้แต่น้อย  ผมจะไปขนยาบ้าทำไม  ผมไว้ใจลูกน้องมากไปหน่อย  แต่ผมไม่โกรธพวกมันหรอกครับ  ถือซะว่าเป็นกรรมของผมก็แล้วกัน  สมัยก่อนผมค่อนข้างนักเลง  เคยล่อเขาไว้หลายรายเหมือนกัน  เพราะความเป็นนักเลงของผมนี่แหละครับ  ใครๆเขาถึงได้เรียกผมว่าชาติ  คอนวอย  ตั้งแต่ศรีเทพ  วิเชียรบุรี  ยันหนองไผ่  ในวงการนักเลงใครบ้างที่ไม่รู้จักผม  พอผมวางมือเลิกยุ่งเกี่ยวในวงการนักเลงแล้ว  ก็มาถูกจับยาบ้านี่แหละครับ

              หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ  เวรผู้ใหญ่เข้ามาทำการอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี  ให้น..สุชาติฟังและให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น  เสร็จแล้วได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายตามสะดวก  ซึ่งน..สุชาติได้เขียนจดหมายสั่งเสียถึงทางบ้าน  ตลอดเวลานั้นน..สุชาติสูบบุหรี่ชนิดมวนต่อมวน 

              ข้าพเจ้านำอาหารมื้อสุดท้ายมาให้น..สุชาติ  แต่น..สุชาติปฏิเสธพร้อมกับพูดว่า ผมเพิ่งกินอิ่มมาครับหัวหน้า  เพื่อนๆในห้องได้ช่วยกันเลี้ยงส่งผม  ถ้ายังไงละก็ช่วยทำบุญให้ผมบ้างก็แล้วกัน  ผมขออาหารอีสานนะครับ  อีกนานไหมครับกว่าที่ผมจะต้องจากโลกนี้ไป  หัวหน้าช่วยเร่งหน่อยก็แล้วกัน  จะช้าจะเร็วยังไงผมก็ต้องตาย  จัดการให้จบๆเรื่องไปเลยดีกว่าครับ

              ดังนั้นข้าพเจ้าจึงนำตัวเข้าไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์  แล้วนำตัวไปสู่ห้องประหาร  นักข่าวต่างรุมล้อมกันเข้ามาถ่ายภาพ  เจ้าหน้าที่ต้องขอร้องให้ถอยออกไปให้ห่าง  ..สุชาติเดินยกมือขึ้นพนมพร้อมกับอธิฐาน  ข้าพเจ้าแนะนำไปว่า ชาติพยายามอธิฐานแต่สิ่งดีๆนะ  อย่าไปอาฆาตจองเวรใครเขา  วิญญาณจะได้สงบสุข  ผมและทุกคนต้องขออโหสิกรรมต่อสุชาติด้วย  เพราะต้องทำตามหน้าที่  ..สุชาติสูดหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพูดว่า ผมไม่ขอมีเวรกรรมกับใครทั้งนั้นครับ  ที่ผมอธิฐานเมื่อกี้  ผมขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุมครองครอบครัวของผม 

              เมื่อถึงศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์  ..สุชาติได้คุกเข่าลงกราบไหว้และทำการอธิฐานอีกครั้งหนึ่ง  เสร็จแล้วจึงนำตัวไปยังห้องประหาร  เมื่อถึงศาลาเย็นใจได้ให้นั่งที่เก้าอี้ขาว  ..สุชาติพูดว่า ที่นี่หรือครับคือสถานที่สำหรับประหาร  บรรยากาศดูร่มรื่นดีมากเลย  ผมลาหัวหน้าก่อนนะครับ  พร้อมกับยกมือไหว้ลาข้าพเจ้า  ซึ่งข้าพเจ้าได้รับไหว้เช่นเดียวกัน

              ข้าพเจ้าส่งดอกไม้ธูปเทียนให้พร้อมกับบอกว่า ท่องพุทโธไว้นะ  นึกถึงแต่คุณพระและสิ่งดีๆเข้าไว้  พี่เลี้ยงอีกนายนำผ้าดิบมาผูกตาน..สุชาติ  แล้วช่วยกันประคองตัวเข้าสู่ห้องประหาร  โดยนำตัวเข้าสู่หลักประหารหลักที่หนึ่ง  ทำการผูกมัดตัวให้ติดกับหลักประหาร  ตั้งเป้าตาวัว  เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร  ทำการขออโหสิกรรมอีกครั้ง  แล้วแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนเข้ามาบรรจุกระสุน  ตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว  เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้าทำการตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่าตรงเป้าดีแล้ว  ได้ส่งเสียงออกไปว่า พร้อม  ธงแดงสะบัดลงทันที  เสียงปืนคำรามขึ้น ปัง   ปัง  ปังๆๆๆๆๆๆ  ใช้กระสุนในการประหารทั้งสิ้น 9 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 17.08 .

              เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์เข้าไปตรวจดูร่างน..สุชาติที่หลักประหาร  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้ว  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างลงจากหลักประหาร  จับให้นอนคว่ำหน้าเพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่ในกาพิมพ์ลายนิ้วมือต่อไป

              ขออโหสิกรรมต่อนายสุชาติ  ท้าวคำหลง  และขอให้ดวงวิญญาณจงอยู่ในภพที่ดี  หมดสิ้นความห่วงใยต่างๆด้วย             

              ขอชมเชยเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติด  ที่สามารถตัดวงจรเส้นทางนักค้ายาเสพติดไปได้อีกชุดหนึ่ง  มา ณ ที่นี้