วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

30.ถวิล หมั่นสาร ผมคิดว่ากรรมเก่า



              น..ถวิล  หมั่นสาร  อายุ 36 ปี  หมายเลขประจำตัว 883/42  คดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน  ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 289  หมายเลขคดีดำที่ 1145/42  หมายเลขคดีแดงที่ 3195/42  ศาลจังหวัดบุรีรัมย์  เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอนางรอง  จังหวัดบุรีรัมย์

              วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ..2542  เวลา 08.30 .  เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ..นางรอง  ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านหลังหนึ่ง  หมู่ที่ 5  ถนนสรรพกิจโกศล  อำเภอนางรอง  จังหวัดบุรีรัมย์  ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบไปตรวจสอบด่วน  เนื่องจากคนร้ายยังอยู่ในที่เกิดเหตุ  และได้จับตัวประกันไว้อีกด้วย

              เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ  พบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น  เปิดเป็นร้านเสริมสวยชื่อ อรวรรณ  บิวตี้  มีนางอนงค์  อวยชัย  อายุ 45 ปี  เจ้าของบ้านยืนร้องไห้ตัวสั่นอยู่หน้าบ้าน  สอบถามได้ความว่า  สามีและบุตรชายอีก 2 คนได้ถูกนายถวิล  หมั่นสาร  อายุ 33 ปี  ซึ่งเป็นลูกเขยของตนฆ่าตายไปแล้ว  และยังได้จับนางอรวรรณ  หมั่นสาร  อายุ 24 ปี  ลูกสาวของตนและเป็นภรรยาของนายถวิลเอง  ลากตัวเข้าไปในห้องนอนชั้นบน  ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง  เมื่อทราบดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดล้อมบ้านไว้  และใช้กำลังอีกส่วนหนึ่งบุกเข้าไปในบ้านทันที  ปรากฏว่าเมื่อบุกเข้าไปถึงห้องนอน  นายถวิลไม่แสดงอาการขัดขืนยอมมอบตัวแต่โดยดี

              ตรวจสอบภายในห้องดังกล่าวพบร่างของนางอรวรรณ  ถูกฟันด้วยของมีคมเข้าที่ใบหน้าและลำตัวจนเลือดโชก  อาการสาหัสมาก  จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิตเป็นการด่วน  ซึ่งนายถวิลยืนมองด้วยความอาลัยและร้องไห้ตลอดเวลา  ส่วนบนเตียงนอนพบศพนายสมยศ  อวยชัย  อายุ 44 ปี  บิดาของนางอรวรรณ  ถูกฟันที่บริเวณลำคอเป็นแผลลึกฉกรรจ์คอแทบขาด  นอนตายจมกองเลือดอยู่  และพบมีดอีโต้เปื้อนเลือด  วางซ่อนไว้ใต้ที่นอน  จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

              นอกจากนี้ภายในห้องนอนอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ติดกัน  เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพเด็กผู้ชายถูกฆ่าตายอีก 2 ศพ  ทราบชื่อคือด..อภิชาติ  อวยชัย  อายุ 9 ขวบ  มีบาดแผลถูกฟันเข้าที่บริเวณลำคอ  ที่ตัว  ที่แก้มเป็นแผลยาวถึงปาก  และด..เอกลักษณ์  อวยชัย  อายุ 11 ปี  มีบาดแผลถูกฟันเข้าที่แขน  และตามลำตัว  นอนตายเคียงข้างกันบนเตียงนอน  เลือดสาดกระจายเปรอะเปื้อนไปทั่วห้อง  ทั้งสองเป็นบุตรของนายสมยศและนางอนงค์

              จากการสอบปากคำนางอนงค์ให้การว่า  ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา  ตนกับนายสมยศออกจากบ้านไปทำธุระส่วนตัว  และกลับมาถึงบ้านตอนเที่ยงคืนกว่า  เห็นประตูบ้านเปิดค้างอยู่แต่ไม่คิดว่าจะมีเหตุร้ายอะไร  กระทั่งเช้าได้ลุกขึ้นมาทำกับข้าวจนเสร็จ  ก็ได้ยินเสียงโครมครามและเสียงลูกสาวร้องด้วยความเจ็บปวด  จึงรีบวิ่งขึ้นไปดู  เห็นนายถวิลลูกเขย  ซึ่งทำงานเป็นครูพละและครูสอนไหว้น้ำ  ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา  กำลังฉุดกระชากลากนางอรวรรณจากบันไดเข้าไปในห้องนอน  ตนจึงวิ่งเข้าไปห้ามปราม  พร้อมกับถามนายถวิลว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่นายถวิลหันมาตวาดตน  และถีบเข้าที่หน้าอกตนจนตกบันไดลงมา  แล้วฉุดร่างนางอรวรรณเข้าไปในห้องปิดประตูลงกลอน  ตนจึงรีบวิ่งไปดูลูกชายซึ่งอยู่ห้องติดกัน  แต่ก็แทบช็อกเมื่อพบว่า  ลูกชายทั้งสองได้ถูกฆ่าตายไปแล้ว

              จากการสอบสวนนายถวิลหลังจากยอมมอบตัว  ได้ให้การรับสารภาพว่าที่ทำไปนั้นเพราะความแค้น  เนื่องจากตนจับได้ว่าภรรยานอกใจ  ตามปกติแล้วตนเป็นครูพละอยู่ที่โคราช  ซึ่งตนจะกลับมาหาภรรยาที่บ้านในอำเภอนางรองอาทิตย์ละครั้ง  ส่วนภรรยาตนนั้นเคยเป็นนักร้องมาก่อน  และได้พบรักกับตนในขณะที่ตนเป็นนักดนตรีซึ่งเป็นอาชีพเสริม  ต่อมาได้ให้ภรรยาเลิกร้องเพลง  แล้วมาเปิดร้านเสริมสวยให้ที่บ้านแม่ยายในอำเภอนางรอง  ระยะหลังตนสืบทราบว่าภรรยาคบชู้  จึงคอยดักจับผิดให้เห็นกับตาให้ได้  วันก่อนเกิดเหตุซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์  ตนเห็นนายต้า  ไม่ทราบนามสกุล  เอาดอกกุหลาบมาให้ภรรยาตน  และนั่งคุยกันอยู่ในบ้านจนกระทั่งค่ำจึงกลับไป  ตนพยายามไม่คิดเป็นเรื่องชู้สาว  แต่จะลองจับผิดภรรยาดูว่าเป็นจริงตามข่าวลือหรือไม่  จึงแกล้งบอกภรรยาว่าจะกลับไปทำงานที่โคราชในคืนวันเดียวกันนั้น  เมื่อออกจากบ้านมาแล้ว  ได้ย้อนกลับมาแอบซุ่มดูพฤติกรรมภรรยาทุกย่างก้าว

              หลังจากภรรยาเห็นว่าตนได้ออกจากบ้านกลับไปทำงานแล้ว  ก็ได้แต่งตัวออกจากบ้านไปทันที  โดยไม่ทราบว่าได้ถูกตนสะกดรอยตามไป  เมื่อตนเห็นว่าเป็นเรื่องจริงแน่แล้ว  จึงได้กลับบ้านมารอภรรยาเพื่อตกลงปัญหา  แต่จนกระทั่งรุ่งเช้าภรรยาของตนก็ยังไม่กลับ  จึงเกิดความแค้นขึ้นมาทันที  ตัดสินใจฆ่าล้างครัวภรรยาเพื่อล้างแค้น  โดยคว้ามีดอีโต้แอบย่องขึ้นไปบนบ้าน  จัดการสังหารน้องชายภรรยาทั้ง 2 คนที่กำลังนอนหลับสนิท  แล้วจึงเข้าไปในห้องนอนของพ่อตา  ใช้มีดอีโต้ฟันพ่อตาตายไปอีกคน  ขณะที่ตนกำลังลงจากชั้นบนมาเพื่อสังหารแม่ยายอีกคนนั้น  ภรรยาได้กลับมาถึงบ้านพอดี  ตนจึงลากตัวกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อสะสางปัญหาคาใจ  จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้ามาช่วยภรรยาตนดังกล่าว

              เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายถวิล   ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุทันที  ซึ่งนายถวิลมีสีหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา  ชาวบ้านที่มามุงดูการทำแผนต่างไม่พอใจ  พยายามจะเข้ารุมประชาทัณฑ์  แต่เจ้าหน้าที่ได้เข้าขัดขวางไว้จนเสร็จสิ้น  แล้วนำตัวไปควบคุมไว้ที่สภ..นางรอยเพื่อดำเนินคดีต่อไป

              เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว  ได้ขออำนาจศาลฝากขังนายถวิลไว้ที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์  พร้อมกับสรุปสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆ  ส่งมอบให้อัยการเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีนายถวิล  ต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์

              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  เห็นว่าการกระทำของนายถวิล  เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมอำมหิต   ลงมือฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย  แม้นายถวิลจะยอมมอบตัวและรับสารภาพในชั้นสอบสวนก็ตาม  ศาลเห็นว่าเป็นการจำนนต่อเจ้าหน้าที่และพยานหลักฐาน  จึงไม่มีเหตุอันควรปราณีที่จะลดโทษให้  เห็นควรให้ลงโทษสถานหนักสุด  คือประหารชีวิต

              หลังจากศาลชั้นต้นได้ตัดสินประหารชีวิตแล้ว  ได้ส่งตัวข..ถวิลมาควบคุมที่เรือนจำกลางบางขวาง  ..ถวิลได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเพื่อขอลดหย่อนโทษ  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ..ถวิลได้ยื่นฎีกาขอลดหย่อนโทษอีก  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์  เป็นนักโทษเด็ดขาดรอการประหารชีวิต  ..ถวิลได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์  และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1

              วันพุธที่ 24 เมษายน พ..2545  ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า  ภายในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 5 ราย  โดยเป็นนักโทษคดีความผิดต่อชีวิต 2 ราย  และนักโทษคดีจำหน่ายยาบ้า 3 ราย  ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  ในส่วนรับผิดชอบของข้าพเจ้า  แล้วทำการสวดมนต์ไหว้พระ  บูชาท้าวเวชสุวรรณ  และทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะเบิกนักโทษทั้ง 5 รายมาดำเนินการตามขั้นตอนการประหารชีวิตตามคำสั่งต่อไป

              เวลา 16.00 .ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมด (เสริมกำลัง 8 นาย)  ได้รับทราบรายชื่อนักโทษที่จะถูกดำเนินการประหารชีวิต คือ น..ถวิล  หมั่นสาร  ..สุรกิจ  ลิ้มเจริญวงศ์  ..จาย  ส่างออ  ..กุลชนก  อินเทศราช  ..เนตรน้อย  ส่างคิด  จึงได้ทำการจัดแบ่งกำลัง  โดยข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีกนาย  รับหน้าที่ดูแลน..ถวิล 

              เวลา 16.15 .  ได้เข้าไปเบิกตัวนักโทษประหารทั้งหมด  ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกขังไขกุญแจเปิดประตูตึก  นักโทษประหารที่อยู่ภายในห้องขัง  เห็นเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปจำนวนหลายคน  ต่างก็รู้ทันทีว่าจะต้องมีการประหารชีวิตมากกว่า 1 รายแน่นอน  พี่เลี้ยงทั้งหมดต่างแยกย้ายไปยืนหน้าห้องขังของนักโทษที่ตนจะต้องรับผิดชอบ  เจ้าหน้าที่ประจำตึกขังได้เปิดประตูให้ทีละห้อง  เพื่อนำตัวนักโทษประหารทะยอยออกจากตัวตึก  ผู้ต้องขังที่อยู่ห้องต้นๆได้ส่งเสียงนับ หนึ่ง  สอง  สาม  สี่  ห้า  โอ้โหตั้ง 5 คนแน่ะ  หมดแล้วยังครับหัวหน้า  จะเล่นให้หมดตึกเลยหรือเปล่าครับ  เจ้าหน้าที่นายหนึ่งได้ตอบไป หมดแล้วมีแค่นี้เท่านั้น  นักโทษที่เหลืออยู่ภายในต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก

              เมื่อนำทั้งหมดมาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  ได้จัดให้นั่งเรียงแถวหน้ากระดาน  ขณะนั้นน..สุรกิจได้ส่งเสียงร้องไห้ฟูมฟาย  เรียกร้องขอให้มีการพิจารณาใหม่  ส่วนน..ถวิลกลับมีสีหน้าตรงข้ามกับน..สุรกิจ  นั่งยิ้มแย้มตลอดเวลา  และยังหันไปบอกน..สุรกิจว่า เลิกร้องไห้ได้แล้ว  ลูกผู้ชายกล้าทำต้องกล้ารับผิด  ร้องไห้ไปทำไม  อายเขาเปล่าๆ  มายิ้มสู้ความจริงกันดีกว่า  แต่น..สุรกิจไม่สนใจยังคงร้องไห้โฮ  และส่งเสียงเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองทะเบียนประวัติอาชญากร  ซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึง

              ..ถวิลได้หันมาพูดกับข้าพเจ้าว่า หัวหน้าครับ  เชื่อไหมว่านักโทษประหารเกือบทุกคน  เมื่อเห็นหัวหน้าเดินผ่านหรือจ้องมองใคร  ต่างก็กลัวว่าจะต้องเป็นรายต่อไปที่หัวหน้าจะไปหิ้วตัวมาประหาร  แต่สำหรับตัวผมทำใจพร้อมไว้แล้ว  เพราะผมถือว่าได้ชดใช้กรรมเก่าที่ผมทำไว้

              ข้าพเจ้าถามน..ถวิล แล้วนึกยังไงถึงได้ฆ่าคนตั้งหลายคน  ..ถวิล นี่ยังดีแค่ 3 ศพเท่านั้น  ถ้าเมียผมมาช้าอีกหน่อย  แม่ยายตัวดีจะต้องตายอีกคนด้วย  แต่อย่างน้อยผมก็ยังสะใจ  ที่ได้ถีบแม่ยายกระเด็นตกบันไดเป็นลูกขนุนไปเลย  หึๆๆ  ..ถวิลส่งเสียงหัวเราะ  ข้าพเจ้าถามไปอีก แล้วทุกคนไปทำความแค้นอะไรให้ถวิลหรือ  ถึงได้เคียดแค้นขนาดนั้น  ..ถวิล สำหรับเมียผม  จะยังไงผมก็เกลียดมันไม่ลง  จนถึงขนาดนี้ผมก็ยังรักมันอยู่  แต่ที่ผมต้องมาใช้กรรมทุกวันนี้  สาเหตุเริ่มมาจากคนในบ้านทุกคน  ต่างช่วยกันสมคบให้เมียสวมเขาให้ผม 

              แต่ก่อนหลังจากเลิกงานที่โรงเรียนที่ผมสอนอยู่  ผมยังไปเล่นดนตรีหากินกลางคืนอีกด้วย  เงินทองที่ผมได้มาทั้งหมด  ผมมอบให้เมียเป็นคนดูแลและลงทุนเปิดร้านเสริมสวย  มาตอนหลังผมจับได้ว่าเมียไม่ซื่อกับผม  ผมจึงได้พูดจาขอร้องให้เลิกทำตัวอย่างนั้น  เมียผมก็รับปากว่าจะไม่ทำอย่างนั้นอีก  แต่หลังจากนั้นผมมาได้ข่าวว่าเมียยังทำตัวอย่างเดิมอยู่  และพ่อตาแม่ยายก็รู้เห็นในการกระทำของเมียผม  โดยมีน้องเมียทั้งสองคนเป็นต้นทาง  คอยส่งข่าวให้เมียผมรู้เวลาผมกลับมาบ้าน 

              วันที่ผมฆ่าพวกมัน  ผมโกหกว่าจะกลับไปทำงานที่โคราช  พอผมออกจากบ้านน้องเมียก็ตามมาดูว่าผมไปจริงหรือไม่  แล้วกลับไปรายงานให้เมียผมรู้  ผมจึงแกล้งขึ้นรถแล้วไปลงข้างหน้า  ย้อนกลับมาซุ่มดูพฤติการณ์ของทั้งหมด  เห็นเมียแต่งตัวออกจากบ้าน  ผมจึงแอบตามไปและเห็นกับตาว่าเมียผมไปยุ่งกับชายอื่น  ตอนนั้นผมยังไม่คิดจะฆ่าใคร  ตั้งใจว่าจะกลับไปรอเมียที่บ้านเพื่อตกลงเรื่องทั้งหมด  เมื่อผมกลับเข้าบ้าน  น้องเมียต่างแสดงความตกใจ  ผมได้แกล้งถามว่าเมียผมออกไปไหน  น้องเมียก็โกหกผมว่าออกไปธุระเดี๋ยวคงมา  ผมเลยไล่ให้ขึ้นบ้านไปนอนทั้งสองคน  เพื่อไม่ให้ไปส่งข่าวว่าผมกลับมาแล้ว 

              ผมรออยู่จนสว่างคาตาเมียผมก็ยังไม่ยอมกลับ  เลยนึกแค้นคนทั้งหมดที่ช่วยกันทำกับผมไว้  คิดว่าเป็นยังไงเป็นกันละวันนี้  เมื่อผมมีความสุขไม่ได้  คนอื่นก็อย่าอยู่กันเลย  ผมคว้ามีดอีโต้ติดมือย่องเข้าไปที่ห้องของน้องเมีย  แล้วฆ่ามันทั้งสองจนตายคามือ  เสร็จแล้วผมถึงเข้าไปฆ่าพ่อตาที่ห้อง  เผอิญแม่ยายผมลงไปข้างล่างเสียก่อน  เลยรอดตายไปได้คนหนึ่ง  พอผมจะตามลงไปฆ่าแม่ยาย  เมียผมกลับมาบ้านพอดี  ผมจึงลากตัวเข้าไปในห้อง  ตั้งใจว่าจะฆ่าให้สาสมความผิด  แต่เมื่อถึงเวลาจะฆ่าเข้าจริงๆ  ผมกลับฆ่าเมียผมไม่ลง  จึงแค่เอามีดเฉาะหน้าเป็นการสั่งสอน  พอดีตำรวจมาถึง  ผมจึงวางมีดเข้ามอบตัว  หัวหน้าเชื่อไหมครับเป็นตายอย่างไรผมก็ยังรักเมียผมอยู่  ผมกับมันคงมีกรรมเก่ากันมาแน่ๆครับ

              ข้าพเจ้าพูดกับน..ถวิลว่า ถ้าถวิลลดความแค้น  และไม่หลงรักเมียมากมายถึงขนาดนั้น  ผมว่าถวิลคงไม่ต้องมาเป็นแบบนี้  ผู้หญิงมีตั้งมากมาย  เมื่อเขาไม่ซื่อกับเรา  ก็เลิกกันแล้วหาเอาใหม่ก็ได้  ถ้าถวิลจะฆ่า  น่าจะฆ่าชายชู้ดีกว่า  ไม่น่าไปทำกับเด็ก  ศาลอาจปราณีบ้างก็ได้  ..ถวิล มันก็จริงอย่างหัวหน้าพูดนั่นแหละ  แต่เมื่อผมทำไปแล้ว  เวลานี้คงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วละครับ 

              เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง  ทำการพิมพ์ลายนิ้วมือนักโทษประหารทั้งหมดเสร็จ  เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรีให้ทั้งหมดฟัง  และเซ็นทราบในคำสั่งตามระเบียบ  ..สุรกิจก็ยังคงร้องไห้คร่ำครวญอยู่  ..ถวิลได้หันมากระซิบกับข้าพเจ้า ผมรำคาญไอ้บ้านี่จังเลย  เสียสมาธิหมด  นี่ถ้าอยู่ข้างนอกคุกผมเตะมันแน่  ข้าพเจ้าได้บอกน..ถวิล ปล่อยเขาไปเถอะ  คนเราไม่เหมือนกัน  สุรกิจคงจะกลัวมากไปหน่อยเท่านั้น  เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนฯได้ให้ทั้งหมดทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายตามระเบียบ 

              เสร็จแล้วได้ช่วยกันยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษทั้งหมดกิน  ..ถวิลได้พูดกับข้าพเจ้าว่า ผมเพิ่งกินข้าวไปก่อนที่หัวหน้าจะไปรับตัวผมมา  ผมยังอิ่มอยู่  แต่ถ้าหัวหน้าจะกรุณาผมละก็  พรุ่งนี้ช่วยทำบุญใส่บาตรไปให้ผมด้วย  ผมขอแกงขี้เหล็กกับเนื้อย่าง  แกงให้ขมๆแบบอีสาน  ไม่ต้องใส่กะทินะครับ  แล้วขนมอะไรก็ได้ที่มันหวานๆหน่อย  แค่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ  ข้าพเจ้าตอบตกลงรับปากว่าจะจัดการให้

              จากนั้นได้นำทั้งหมดไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์  เมื่อพระที่มาเทศน์ในวันนั้นเห็นน..สุรกิจสะอึกสะอื้นอยู่  จึงได้เทศน์เรื่องเกี่ยวกับการทำใจให้สงบสุข  และได้ชี้แนะให้ปลงตกในชะตากรรมที่ได้รับ  เสร็จแล้วได้นำน..ถวิลไปสู่หลักประหารเป็นรายแรก  โดยให้ที่เหลือรออยู่ที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ  ตลอดทางน..ถวิลยังคงยิ้มแย้มพูดจาได้ตามปกติ  และได้แวะกราบลาที่ศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์ 

              เมื่อเดินไปถึงทางเข้าห้องประหาร  ก่อนถึงศาลาเย็นใจ  ..ถวิลได้มองเห็นป้ายข้างหน้าทางเข้าซึ่งเขียนว่า แดนประหารชีวิต  ก็เกิดอาการเข่าอ่อนขึ้นมา  แต่ก็ยังพอที่จะเดินไปได้  โดยได้พูดว่า ผมว่าผมทำใจให้เข้มแข็งแล้วนะ  แต่พอเห็นป้ายบอกแดนเข้าเท่านั้น  ผมอดที่จะเสียววูบไม่ได้  เข่าอ่อนขึ้นมาเฉยๆ  คงไม่ว่ากันนะครับหัวหน้า  ข้าพเจ้าพูดว่า ไม่เป็นไรหรอก  เป็นธรรมดาของทุกคนที่ต้องกลัวตาย  ผมว่าถวิลทำดีที่สุดแล้ว  เข้มแข็งกว่าทุกคนเท่าที่ผมเคยนำตัวมาที่นี่

              เมื่อเข้ามาถึงศาลาเย็นใจ  ได้ให้น..ถวิลนั่งที่เก้าอี้ขาว  ข้าพเจ้าเป็นผู้ส่งดอกไม้ธูปเทียนให้  พี่เลี้ยงอีกนายนำผ้าดิบผูกปิดตา  ..ถวิลได้พูดว่า ไม่ต้องปิดตาได้ไหมครับ  ผมอยากเห็นสถานที่ที่ผมจะต้องตายเป็นครั้งสุดท้าย  ข้าพเจ้าได้บอกไปว่า ไม่ได้นะถวิล  ระเบียบเข้ามีไว้ให้ต้องผูกตา  และผมไม่อยากให้ถวิลเห็นภายในห้องนั้นด้วย  ไม่มีอะไรน่าดูหรอกเชื่อผมเถอะ  แล้วจึงนำตัวน..ถวิลเข้าสู่ห้องประหาร  โดยนำเข้าที่หลักประหารหลักที่หนึ่ง  ทำการผูกมัดตัวกับหลักประหาร  ตั้งเป้าตาวัว  ใช้ทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร  พี่เลี้ยงทั้งหมดได้ทำการขออโหสิกรรมอีกครั้ง  แล้วแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนได้เข้าทำหน้าที่  เสร็จแล้วเพชฌฆาตมือหนึ่งได้เข้าตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อพร้อมแล้ว  หัวหน้าชุดประหารได้โบกธงลงทันที  ปัง  ปัง ปังๆๆๆๆๆๆ  รวมทั้งสิ้น 9 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 17.45 .  เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์เข้าไปตรวจดูที่หลักประหาร  ปรากฏว่าน..ถวิลได้สิ้นใจไปแล้วอย่างสงบ  จึงนำลงจากหลักประหาร  แล้วนำร่างไปเก็บไว้ภายในห้องเล็ก  เสร็จแล้วข้าพเจ้าได้ไปรอรับตัวน..สุรกิจและน..จายที่ศาลาเย็นใจ  เพื่อนำเข้าทำการประหารชีวิตเป็นชุดที่สองต่อไป

              ขออภัยทุกท่านที่ข้าพเจ้าได้เอ่ยนามและเขียนพาดพิงถึง  เนื่องจากเป็นการบอกเล่าที่ข้าพเจ้ารับฟังมา  ไม่มีเจตนาที่จะลบหลู่หรือกล่าวให้ร้ายแต่อย่างใด


              ขอให้ดวงวิญญาณของนายถวิล  หมั่นสาร  จงไปสู่สุคติ  หมดสิ้นกรรมเก่าที่ทำไว้ด้วย