วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

32.จาย ส่างออ, กุลชนก อินเทศราช, เนตรน้อย ส่างคิด โทษกันให้วุ่น



            
             ..จาย, อ่องเมียว, อ่องเมียง  ส่างออ  อายุ 38 ปี(สัญชาติพม่า)  หมายเลขประจำตัว 842/41  ..กุลชนก  อินเทศราช  อายุ 24 ปี  หมายเลขประจำตัว 843/41  ..เนตรน้อย, ชายน้อย  ส่างคิด  อายุ 36 ปี(สัญชาติพม่า)  หมายเลขประจำตัว 844/41  คดีร่วมกันมียาเสพติดไว้นครอบครองเพื่อจำหน่าย(ยาบ้า)  ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  ..2522  มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 วรรค 2, 102  ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 83, 91  หมายเลขคดีดำที่ 1065/41  หมายเลขคดีแดงที่ 8677/41  ศาลอาญาธนบุรี  ผลงานการจับกุมของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด

              วันที่ 1 ธันวาคม พ..2540  เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดประจำจังหวัดเชียงใหม่ได้รับแจ้งจากสายว่า  มีพ่อค้ายาบ้ากำลังติดต่อหาผู้ซื้อยาบ้าซึ่งมีอยู่จำนวนมาก  จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมเป็นนายทุนเข้าไปติดต่อล่อซื้อยาบ้าดังกล่าว  โดยใช้โทรศัพท์ติดต่อกันหลายครั้งจนพ่อค้ายาบ้าหลงเชื่อ

              วันที่ 3 ธันวาคม พ..2540  เวลา 13.00 .  ได้นัดเจรจาซื้อขายกันที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่  โดยตกลงว่าจะทำการซื้อขายยาบ้าจำนวน 200,000 เม็ด  ราคาเม็ดละ 32.50 บาท  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,500,000 บาท  ซึ่งพ่อค้ายาบ้าคนดังกล่าวทราบชื่อว่า  นายบุญยืน  เจริญคุณ  และจะตกลงเจรจาซื้อขายกันอีกครั้งที่กรุงเทพฯ  เนื่องจากยาบ้าได้ถูกลำเลียงไปเก็บไว้ที่กรุงเทพฯเรียบร้อยแล้ว

              วันที่ 5 ธันวาคม พ..2540  เวลา 10.00 .  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดพบกับนายบุญยืนที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านงามวงศ์วาน  ซึ่งนายบุญยืนได้เลื่อนนัดการซื้อขายยาบ้าอีกครั้งหนึ่ง  โดยให้เหตุผลว่า  พวกของนายบุญยืนกำลังติดต่อซื้อขายยาบ้ากับนายทุนรายอื่นอยู่  หากยังต้องการสินค้าให้เตรียมเงินไว้ให้ครบตามจำนวนที่ได้ตกลงกันไว้  แล้วจะนัดเวลาและสถานที่ในการซื้อขายกันอีกครั้งหนึ่ง

              วันที่ 8 ธันวาคม พ..2540 เวลา 13.00 .  ได้นัดพบกันที่ตลาดรวมใจ  หมู่บ้านเมืองทองธานี  ถนนแจ้งวัฒนะ  อำเภอปากเกร็ด  จังหวัดนนทบุรี  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำเงินล่อซื้อไปพบกับนายบุญยืนตามนัด  เมื่อไปถึงนายบุญยืนได้แนะนำให้รู้จักเพื่อนร่วมแก๊งอีก 5 คนคือ นายอ่อน  แสง  นายคำใส  ไม่มีนามสกุล  นายจาย  ส่างออ นายกุลชนก  อินเทศราช  นายเนตรน้อย  ส่างคิด
       
              หลังจากนั้นได้นำนายอ่อนและนายกุลชนกได้เข้าไปตรวจนับเงินล่อซื้อ  ภายในรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เมื่อทั้งหมดเห็นว่าครบตามจำนวนที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว  นายอ่อนและนายคำใสได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถตามไปเพื่อรับของ  โดยให้พรรคพวกที่เหลือเฝ้าเงินอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนาย  เมื่อนายอ่อนและนายคำใสขับรถมาถึงห้างสรรพสินค้าย่านราษฎร์บูรณะ  ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวมา  รออยู่ที่ห้างดังกล่าวโดยบอกว่าจะไปนำยาบ้ามามอบให้

              เจ้าหน้าที่ตำรวจที่สะกดรอยติดตามมา  ได้จัดชุดติดตามนายอ่อนและนายคำใสต่อไปไปทันที  เมื่อไปถึงตึกแถวในซอยพระราชวิริยาพร 5  ตำบลบางผึ้ง  อำเภอพระประแดง  จังหวัดสมุทรปราการ  ทั้งคู่ได้จอดรถและเดินหายเข้าไปในตึกแถวหลังหนึ่งประมาณ 30 นาที  แล้วขับรถออกมาจากตึกแถวหลังนั้นกลับไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งรออยู่ที่ห้างสรรพสินค้าย่านราษฎร์บูรณะ 

              จากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวมาล่อซื้อ  ตรวจดูยาบ้าที่นำมาจำนวน 50 มัด  ซึ่งในแต่ละมัดจะมียาบ้าอยู่ 10 ถุงๆละ 200 เม็ด  รวมทั้งสิ้น 100,000 เม็ด  โดยบอกว่าจะนำยาบ้าอีก 100,000 เม็ดมามอบให้  หลังจากที่พวกที่เฝ้าเงินอยู่ได้รับเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวมาล่อซื้อ  จึงส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามมาเข้าจับกุมนายอ่อนและนายคำใสไว้ได้  พร้อมกับแจ้งไปยังชุดคุ้มกันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าเงินอยู่  ให้เข้าจับกุมพ่อค้ายาบ้าที่เหลือทันที

              เมื่อจับกุมตัวทั้งหมดไว้ได้แล้ว  ได้นำตัวนายอ่อนและนายคำใสกลับไปที่ตึกแถวในซอยพระราชวิริยาพร 5   เพื่อทำการตรวจค้นในตึกแถวหลังดังกล่าว  เมื่อไปถึงพบว่าภายในตึกแถวหลังนั้นไม่มีเครื่องใช้อะไรเลย  แต่ในห้องนอนชั้นที่ 3  พบฟูกที่นอนจำนวน 2 อันวางซ้อนกันอยู่  เมื่อตรวจสอบดูพบว่ามีสิ่งของซุกซ่อนอยู่ภายใน  จึงได้นำออกมาตรวจดู  ปรากฏว่าเป็นห่อยาบ้าจำนวน 230 มัด  เมื่อรวมกับยาบ้าที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ด้วย  คิดเป็นจำนวนยาบ้าทั้งสิ้น 560,000 เม็ด  จึงได้นำพ่อค้ายาบ้าทั้งหมดพร้อมของกลางไปทำการสอบสวนต่อไป

              ผลการสอบสวนเบื้องต้น  นายอ่อน  นายคำใสและนายบุญยืนให้การรับสารภาพ  แต่นายจาย  นายกุลชนกและนายเนตรน้อยได้ให้การปฏิเสธ  โดยนายจายอ้างว่าได้ถูกนายอ่อนกับนายคำใสชวนมาเป็นเพื่อนเท่านั้น  ไม่ทราบว่าคนทั้งหมดจะมาทำอะไรกัน  เรื่องยาบ้าที่ถูกจับได้นั้นไม่เคยรู้เห็นมาก่อน  และตำรวจที่มาล่อซื้อนั้นตนก็ไม่เคยเห็นหรือรู้จักมาก่อน  อยู่ๆก็มาจับกุมตนแล้วกล่าวหาว่าตนร่วมกันค้ายาบ้า

              นายกุลชนกให้การว่า  นายเนตรน้อยได้โทรศัพท์ไปชวนให้พาไปเที่ยวอาบ อบ นวด  โดยบอกตนว่าได้นัดนายคำใสไว้ที่หมู่บ้านเมืองทองธานี  เมื่อไปถึงพบนายอ่อน  นายคำใส  นายจายและนายบุญยืนอยู่กับชายอีก 3 คน  ซึ่งตนไม่เคยรู้จักมาก่อน  สักพักตนเดินไปเข้าห้องน้ำ  ชายหนึ่งในสามคนนั้น  ได้ตามมาเดินโอบไหล่แล้วถามตนว่าผู้หญิงที่ไปเที่ยวมาสวยไหม  จากนั้นได้พาตนเดินตามนายอ่อนไปที่รถยนต์คันหนึ่ง  ชายคนนั้นหยิบกระเป๋าที่ท้ายรถแล้วนำเข้าไปในรถ  พร้อมกับดึงตนให้เข้าไปนั่งภายในรถด้วย  เมื่อเปิดกระเป๋าออกดูเห็นมีเงินจำนวนมาก  แต่ตนไม่รู้ว่าเป็นเงินอะไร  สักพักนายอ่อนและนายคำใสได้ออกไปกับชาย 2 คน  โดยไม่ทราบว่าไปไหนกัน  หลังจากนั้นไม่นานตนก็ถูกจับกุม  ซึ่งตนไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

              นายเนตรน้อยให้การว่า  ตนมีอาชีพซื้อขายพลอย  ก่อนถูกจับได้มาเที่ยวกรุงเทพฯพร้อมกับแฟน  ต่อมาวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา  แฟนได้ขอตัวกลับบ้านไปก่อน  พอวันรุ่งขึ้นตนได้โทรศัพท์ไปหานายคำใสเพื่อขอให้พาไปเที่ยวอาบ อบ นวด  แต่นายคำใสบอกว่าขอตัวทำธุระก่อน  ตนจึงโทรศัพท์ไปหานายกุลชนกเพื่อขอให้พาไปเที่ยวอาบ อบ นวดแทน  แต่นายกุลชนกไม่รู้จักที่เที่ยว  จึงได้โทรศัพท์ไปหานายคำใสอีกครั้ง  นายคำใสจึงบอกให้ตนและนายกุลชนกไปพบที่ตลาดรวมใจ  เมื่อไปถึงพบนายคำใสนั่งคุยอยู่กับนายอ่อน  นายจาย  นายบุญยืนและชายอีก 3 คน  ซึ่งตนไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ามาก่อน 

              ระหว่างนั้นเห็นนายอ่อนและชายอีกสองคนเดินออกไปข้างนอก  ส่วนนายกุลชนกเดินไปเข้าห้องน้ำ  สักพักนายคำใสได้บอกตนว่าให้รออยู่ก่อนอย่าเพิ่งไปไหน  และนายคำใสได้ออกไปข้างนอกอีกคนโดยตนไม่รู้ว่าไปไหน  ตนจึงเดินออกไปหาซื้อของรอบตลาด  เมื่อกลับมาถึงพบว่านายจาย  นายบุญยืนและนายกุลชนกได้ถูกตำรวจจับกุมไว้ก่อนแล้ว  และตนได้ถูกตำรวจเข้ามาจับกุมเป็นคนสุดท้าย  โดยกล่าวหาว่าตนร่วมกันค้ายาบ้า  ซึ่งตนไม่เคยรู้เรื่องอะไรด้วยเลย        

              เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่ามีพยานหลักฐานต่างๆพอที่จะดำเนินคดีกับทั้งหมดได้  จึงส่งมอบสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆมอบให้อัยการ  เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับคนทั้งหมดต่อศาลอาญาธนบุรี  และได้ขออำนาจศาลฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี  ในระหว่างการพิจารณาคดีนายบุญยืนได้เสียชีวิตภายในเรือนจำก่อน

              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  ได้ตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตนายอ่อนและนายคำใส  และได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนายจาย  นายกุลชนกและนายเนตรน้อย  พร้อมทั้งส่งตัวทั้งหมดมาคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง  โดยทั้งหมดได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ..จาย  ..กุลชนกและข..เนตรน้อยได้ยื่นฎีกาต่อศาล  ส่วนน..อ่อนและน..คำใสขอสละสิทธิ์ในการยื่นฎีกา  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์  ..จาย  ..กุลชนกและน..เนตรน้อย  ได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์  และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1

              วันที่ 24 เมษายน พ..2545  หลังจากที่ข้าพเจ้าได้รับแจ้งว่า  ในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 5 ราย  ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  ทำการสวดมนต์ไหว้พระ  ทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษทั้งหมดมาดำเนินการตามขั้นตอนการประหารชีวิต

              เวลา 16.15 .  หลังจากได้รับรายชื่อนักโทษที่จะต้องเข้าไปทำการเบิกตัว  และจัดแบ่งหน้าที่ในการดูแลแล้ว  พี่เลี้ยงทั้งหมดได้เข้าไปที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  เจ้าหน้าที่ประจำตึกได้ไขกุญแจเปิดประตูตึก  ข้าพเจ้าได้แยกไปเบิกตัวน..ถวิล  จึงไม่เห็นอาการของน..จาย  ..กุลชนกและน..เนตรน้อยแต่อย่างใด  ทราบจากพี่เลี้ยงที่ดูแลในภายหลังว่า  ทั้งสามคนต่างหน้าซีด  น้ำตาไหลซึม  และมีอาการเข่าอ่อนกันทุกคน

              เมื่อนำตัวนักโทษประหารทั้งหมดมาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง  ได้แยกย้ายกันพิมพ์ลายนิ้วมือนักโทษทั้งหมด  ในระหว่างนั้นน..เนตรน้อยหันไปต่อว่านายกุลชนก  มึงไม่น่าชวนกูมาส่งของด้วยเลย  ..กุลชนกตอบว่า ไอ้จายนะซิที่ชวนให้มาส่งของด้วยกันเลยซวยกันหมด  ..จายสวนกลับ แล้วพวกมึงไม่อยากได้เงินหรือยังไง  ทีเงินหละจะเอา  แต่ไม่ค่อยอยากจะเสี่ยงด้วยกัน  ทำด้วยกันก็ต้องโดนด้วยกันซิวะ 

              ..เนตรน้อยพูดกับน..จาย แล้วมึงนึกยังไงวะ  ถึงได้นัดค้าขายกับตำรวจ  คนที่อยากได้ของมีตั้งเยอะแยะทำไมไม่ไปติดต่อ  เสือกไปติดต่อกับตำรวจ  ..จายตอบว่า ไอ้ยืนนะซิ  มันรับรองว่านายทุนชุดนี้ชัวร์  กูก็เลยเชื่อมัน  เมื่อมึงสงสัยทำไมไม่ทักท้วงแต่แรก  ..กุลชนกพูดแทรกขึ้นว่า ชัวร์บ้านมึงนะซิ  นี่ไงกำลังจะตายห่ากันหมดอยู่แล้วชัวร์ของมึง 

              ..จายพูดกับน..กุลชนก แล้วตอนที่มึงไปนับเงิน  มึงไม่สงสัยเลยหรือไงว่าพวกนั้นมันเป็นตำรวจ  ไม่อย่างนั้นไอ้อ่อนกับไอ้คำใสคงไม่พาไปเอาของหรอก  ..เนตรน้อยพูดกับน..กุลชนกว่า จริงด้วย  ถ้ามึงสงสัยแต่แรกน่าจะส่งสัญญาณบอกกันบ้าง  จะได้ยกเลิกการขาย  มึงนี่มันไม่รอบครอบเลยว่ะ  ..กุลชนกตอบน..เนตรน้อยว่า กูคนเดียวที่ไหนที่นับเงิน  ไอ้อ่อนมันก็ช่วยนับด้วย  มันเองก็ไม่สงสัยอะไร  มึงนั่นแหละตัวดี  กูบอกแล้วให้ตรวจดูให้ทั่วว่าแถวนั้นมีใครน่าสงสัยไหม  เสือกกลับมาบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย  แล้วเป็นยังไง  เรียบร้อยกันหมดเลย  ไอ้ฉิบหาย

              ..เนตรน้อยพูดว่า กูมีกี่ตาวะ  พวกมึงก็น่าจะช่วยดูกันบ้าง  ทำอย่างกับว่าพวกนั้นแต่งตัวให้กูรู้ว่าเป็นตำรวจนั่นแหละ  มึงก็เห็นอยู่แล้ว  ไอ้ที่นึกว่าเป็นพวกไอ้เป๋อไอ้ป่องที่เดินอยู่แถวนั้น  ที่ไหนได้พอถึงเวลากลับเป็นตำรวจกันทั้งนั้น  ใครจะไปตรัสรู้ได้วะ  ตอนไปเอาของที่บ้านไอ้อ่อนกับไอ้แสงมันไม่เห็นตำรวจขับรถตามหรือยังไงวะ  ไอ้ยืนอีกคนเข้าใจติดต่อดีนัก  ถุย !  เสือกไปติดต่อกับตำรวจ

              ..กุลชนกพูดว่า ที่นี้จะทำยังไงดีหละพวกเรามาถึงขั้นนี้แล้ว  ..จายตอบว่า ไม่น่าถามเลยมึงนี่  ก็ตายห่าเป็นเพื่อนกันนะซิ  แล้วพวกมึงกับกูค่อยไปเจอกันในนรกก็แล้วกัน  ไอ้ยืนมันไปรออยู่ก่อนแล้ว  ..กุลชนกพูดว่า นี่มึงไม่คิดว่าพวกเราจะได้ขึ้นสวรรค์กันบ้างหรือยังไง  ..จายตอบว่า สวรรค์กะผีอะไร  พวกเราขนยาบ้ามาตั้งเท่าไร  ฆ่าคนตายทั้งเป็นไปแล้วนับไม่ถ้วน  มึงยังหวังจะได้ขึ้นสวรรค์อีกหรือ

              ข้าพเจ้าหันไปพูดกับทั้ง 3 คนว่า ผมว่าไม่มีใครผิดหรอก  ถูกกันทุกคน  ถูกจับยังไงหละ  จะโทษกันไปทำไม  ลำบากอยู่ในคุกด้วยกันแท้ๆ  เดี๋ยวก็จะไปด้วยกันแล้ว  เลิกเถียงกันเถอะ  ..กุลชนกหัวเราะแหะๆแล้วพูดว่า พวกผมก็เถียงกันไปอย่างนั้นแหละครับ  แต่จริงๆนะครับหัวหน้า  ทีแรกผมกับไอ้เนตรน้อยจะไม่มาด้วยแล้ว  พวกมันก็ดันชวนให้ผมกับไอ้เนตรน้อยมาด้วย  เสือกบอกผมอีกว่า  คนเดียวหัวหาย  หลายคนแล้วจะสบาย  ที่ไหนได้  คนเดียวไม่เสียหาย  หลายคนหัวหลุดกันหมด  ถุย !”  ข้าพเจ้าและทุกคนพากันขำในคำพูดนั้น

              ..จายบอกว่า หัวหน้าครับดูมันซิ  ทีเงินส่วนแบ่งจะเอา  แต่เวลาให้ช่วยกันมาเป็นหูเป็นตากลับปอดแหก  มีอะไรก็ต้องมีด้วยกันจริงไหมหัวหน้าลงเรือลำเดียวกันแล้ว  ..เนตรน้อยพูดกับน..จายว่า แหมมึงพูดอย่างนี้มันน่าถีบจริงๆ  แล้วทำไมมึงถึงไม่ชวนมาให้หมดหมู่บ้านเลยหละ  เอาให้เรือล่มตายห่ากันให้หมดไปเลย 

              ข้าพเจ้าบอกว่า พอๆๆ  หยุดเถียงกันก่อน  ฟังคำสั่งจากสำนักนายกฯเสร็จแล้วค่อยเถียงกันต่อ  วันนี้นับว่าเป็นวันประหารที่น่าปวดหัวจริงๆ  คนหนึ่งนั่งยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  อีกคนส่งเสียงร้องไห้ไม่รู้จักหยุดหย่อน  อีกสามคนส่งเสียงทุ่มเถียงกันฟังดูสับสนไปหมด  แต่รวมความแล้วทุกคนต่างกลัวตายด้วยกันทั้งนั้น  อยู่ที่ว่าใครจะเก็บอาการได้ดีกว่ากันเท่านั้น

              เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี  ให้นักโทษประหารทั้งหมดฟังและให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น  เสร็จแล้วได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายตามสะดวก  จากนั้นพี่เลี้ยงได้ช่วยกันยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษทั้งหมดกิน  แต่ไม่มีผู้ใดแตะต้องอาหารแต่อย่างใด  เพียงแต่ขอบุหรี่สูบและขอดื่มน้ำเย็นเท่านั้น 

              ต่อจากนั้นได้นำทั้งหมดไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์  เสร็จแล้วข้าพเจ้าได้นำน..ถวิลไปทำการประหารก่อน  โดยให้นักโทษประหารที่เหลือรออยู่ที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ  หลักจากประหารน..ถวิลเสร็จ  ได้แจ้งให้พี่เลี้ยงที่มาเสริมกำลัง  นำตัวน..สุรกิจและน..จายมาส่งที่ศาลาเย็นใจเป็นชุดที่สอง  เมื่อนำตัวมาถึงข้าพเจ้าได้ส่งดอกไม้ธูปเทียนให้ทั้งคู่  พี่เลี้ยงได้ช่วยกันผูกปิดตานักโทษทั้งสอง  แล้วนำตัวทั้งคู่เข้าสู่ห้องประหาร  ตลอดเวลานั้นน..สุรกิจยังคงร่ำร้องไม่หยุด

              ภายในห้องประหาร  ได้นำตัวน..จายเข้าทำการประหารที่หลักที่สอง  ..สุรกิจซึ่งถูกมัดตัวให้ติดไว้กับหลักที่หนึ่งยังคงส่งเสียงร่ำร้องจนน..จายทนไม่ไหวส่งเสียงตวาดออกไป หยุดร้องได้หรือยังวะ  จะตายกันอยู่แล้วยังจะร้องอยู่ได้  เสียสมาธิหมด  มันก็กลัวกันทุกคนแหละวะ  จะร้องไปทำไม  แต่น..สุรกิจไม่สนใจยังคงร่ำร้องต่อไป

              เมื่อทำการผูกมัดตัวทั้งคู่ให้ติดกับหลักประหาร  ทำการตั้งเป้าตาวัว  เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร  ข้าพเจ้าได้ทำการขออโหสิกรรมต่อนักโทษประหารทั้งคู่อีกครั้ง  แล้วแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนได้เข้าทำการบรรจุกระสุนปืนทั้งสองกระบอก  ทำการตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว  เพชฌฆาตมือหนึ่งและสองเข้าตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อพร้อมแล้วธงแดงได้สะบัดลง  เสียงปืนดังคำรามขึ้นในทันที ปัง  ปังๆๆๆๆๆๆ  ใช้กระสุนในการประหารน..จายทั้งสิ้น 8 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 18.15 .  โดยเพชฌฆาตมือสองเป็นผู้ทำการประหาร

              เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างนักโทษทั้งคู่ที่หลักประหาร  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้วทั้งคู่  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างทั้งคู่ลงจากหลักประหาร  แล้วนำไปเก็บไว้ภายในห้องเล็ก  จากนั้นข้าพเจ้าได้ออกมารับตัวน..กุลชนกและน..เนตรน้อยที่ศาลาเย็นใจ

              เมื่อพี่เลี้ยงนำตัวทั้งคู่มาถึง  ข้าพเจ้าได้ส่งดอกไม้ธูปเทียนให้  พี่เลี้ยงอีกสองนายทำการผูกปิดตา  แล้วช่วยกันประคองตัวเข้าสู่ห้องประหาร  โดยนำน..กุลชนกเข้าทำการประหารที่หลักที่หนึ่ง  ..เนตรน้อยที่หลักที่สอง  ในระหว่างที่ข้าพเจ้ากำลังผูกมัดตัวน..กุลชนกอยู่นั้น  ..กุลชนกได้ตะโกนบอกน..เนตรน้อยว่า ป่านนี้ไอ้จายมันไปรอเราอยู่แล้ว  พวกเราตามมันไปเป็นเพื่อนกันเถอะวะ  ..เนตรน้อยตอบว่า ตกลง 

              เมื่อทำการผูกมัดตัวนักโทษประหารทั้งคู่ให้ติดกับหลักประหาร  ตั้งเป้าตาวัวเป็นที่เรียบร้อย  เอาทรายแห้งโรยรอบหลักเพื่อให้ซับเลือด  ข้าพเจ้าได้ทำการขออโหสิกรรมต่อนักโทษประหารทั้งคู่อีกครั้ง  แล้วแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนได้เข้าทำหน้าที่บรรจุกระสุนอีกครั้ง ตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว  เพชฌฆาตมือหนึ่งและสองเข้าตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่าได้ที่ดีแล้ว  ได้แจ้งความพร้อมต่อหัวหน้าชุดประหาร  ธงแดงได้สะบัดเป็นครั้งที่สามในวันนี้ ปัง  ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ  ใช้กระสุนในการประหารน..กุลชนกทั้งสิ้น 10 นัด  โดยเพชฌฆาตมือหนึ่งเป็นผู้ทำการประหาร  และใช้กระสุนในการประหารน..เนตรน้อยทั้งสิ้น 9 นัด  โดยเพชฌฆาตมือสองเป็นผู้ทำการประหาร  ทำการประหารนักโทษทั้งคู่เมื่อเวลา 18.45 .

              เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างนักโทษทั้งคู่ที่หลักประหาร  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้วทั้งคู่  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างทั้งคู่ลงจากหลักประหาร  แล้วไปนำร่างนักโทษประหารในห้องเล็กอีก 3 ราย  ออกมานอนเรียงคว่ำหน้าไว้ที่หน้าหลักประหาร  เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือได้เข้ามาทำหน้าที่ตามระเบียบต่อไป

              ขออโหสิกรรมต่อนายจาย  ส่างออ  นายกุลชนก  อินเทศราช  นายเนตรน้อย  ส่างคิด  มา ณ ที่นี้

              ขอชมเชยผลงานการสืบสวนและการล่อซื้อยาบ้าจำนวนมาก  ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดทุกท่านมาด้วยความจริงใจ