วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

33. สุชาติ นาคชาตรี ดีใจที่ลูกชายยกฟ้อง



            
            น..สุชาติ,เปี๊ยก  นาคชาตรี  อายุ 50 ปี  หมายเลขประจำตัว 435/42  คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา  ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 83  พระราชบัญญัติอาวุธปืน  เครื่องกระสุนปืน  วัตถุระเบิด  ดอกไม้เพลิง  และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ..2490  มาตรา 7, 8 ทวิ  วรรค 1, 72  วรรค 3, 72 ทวิ  วรรค 2  หมายเลขคดีดำที่ 2532/39  หมายเลขคดีแดงที่ 3620/41  ศาลจังหวัดทุ่งสง  เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอร่อนพิบูลย์  จังหวัดนครศรีธรรมราช

              วันที่ 24 เมษายน พ..2539  เวลา 21.00 .  เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ..ร่อนพิบูลย์  ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่บ้านหลังหนึ่ง  ในหมู่ที่ 2  ตำบลร่อนพิบูลย์  อำเภอร่อนพิบูลย์  จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  พบศพนายเอี้ยน  มาลัย  นอนเสียชีวิตอยู่ที่ข้างบ้านของตัวเอง  สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่ศรีษะจำนวน 1 นัด  สมองและเลือดกระจายเกลื่อนพื้นไปหมด

              จากการสอบปากคำภรรยาและลูกสาวของนายเอี้ยนทราบว่า  ก่อนเกิดเหตุทั้งหมดได้ไปช่วยงานแต่งงานที่บ้านญาติซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 30 เมตร  ภายในงานแต่งมีการเปิดบ่อนการพนันไฮโลว์ขึ้นมาด้วย  นายเอี้ยนได้เข้าไปร่วมเล่นการพนันไฮโลย์กับเขาด้วย  ต่อมาภรรยาและลูกสาวของนายเอี้ยนได้ขอตัวกลับบ้านก่อน  สักครู่ได้ยินเสียงโต้เถียงกันดังมาจากวงพนัน  ภรรยานายเอี้ยนจึงเดินกลับไปเพื่อดูสามีตัวเอง  ระหว่างทางพบนายเอี้ยนวิ่งสวนกลับมาพอดีและบอกว่าถูกนายสุชาติ  นาคชาตรี  ซึ่งเป็นญาติกันทำร้ายร่างกาย

              ภรรยานายเอี้ยนยังให้การอีกว่า  ได้ยินเสียงนายสุชาติสั่งให้นายธวัช  นาคชาตรี  ลูกชายของนายสุชาติไปหยิบปืนที่บ้านมาให้  จากนั้นนายสุชาติ  นายธวัช  นายวรชัยลูกชายอีกคนหนึ่งของนายสุชาติ  ได้ตามมาที่บ้านของนายเอี้ยนพร้อมกับถามหานายเอี้ยน  แต่ภรรยาของนายเอี้ยนได้บอกไปว่านายเอี้ยนยังไม่กลับเข้าบ้าน  ทั้งสามพ่อลูกจึงพากันเดินกลับไป

              หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที  ทั้งสามได้ย้อนกลับมาใหม่พร้อมกับตะโกนท้านายเอี้ยนให้ออกไปหา  นายเอี้ยนซึ่งแอบอยู่ที่ข้างบ้านจึงเดินออกไป  นายสุชาติเห็นดังนั้นจึงได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิงเข้าที่ศรีษะนายเอี้ยนแล้วพากันหลบหนีไป  เมื่อภรรยานายเอี้ยนออกมาดูสามี  ปรากฏว่านายเอี้ยนได้สิ้นใจตายไปแล้ว  ระหว่างที่เกิดเหตุยิงกันนั้น  ลูกสาวของนายเอี้ยนได้แอบดูอยู่ข้างประตูบ้าน  พร้อมกับยืนยันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า  นายสุชาติคือมือปืนผู้สังหารพ่อของตน  โดยมีลูกชายนายสุชาติยืนดูอยู่ใกล้ๆ

              เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากการโกงกันในวงพนันไฮโลว์  ซึ่งนิยมเปิดเล่นกันตามงานเลี้ยงต่างๆ  จึงได้ออกหมายจับทั้งสามพ่อลูก  และติดตามจับกุมตัวคนทั้งสามเพื่อมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

              ต่อมาเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ..2539  นายวรชัยได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ  โดยให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด  ส่วนนายสุชาติและนายธวัชยังคงหลบหนีอยู่  เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายสุชาติและนายธวัชได้เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ..2539  ทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา  แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอ  จึงส่งมอบสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆให้อัยการ  เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีคนทั้งสาม  ต่อศาลจังหวัดทุ่งสง  พร้อมกับได้ขออำนาจศาลฝากขังทั้งสามไว้ที่เรือนจำอำเภอทุ่งสง

              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตทั้งสามพ่อลูก  โดยไม่มีการลดหย่อนโทษให้แต่อย่างใด  และได้ส่งทั้งสามคนมาควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำกลางบางขวาง  ทั้งสามได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนายสุชาติและนายวรชัย  ส่วนนายธวัชได้ลดโทษลงเหลือตลอดชีวิต  ทั้งสามได้ยื่นฎีกาต่อศาลอีก  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนายสุชาติ  และให้ยกฟ้องนายธวัชกับวรชัยพ้นข้อกล่าวหาไป  ทางเรือนจำจึงได้ปล่อยตัวนายธวัชและนายวรชัยออกไปสู่อิสระภาพ  นายสุชาติได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์  และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1       
  
              วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ..2545  ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า  ในวันนี้จะทำการประหารชีวิตนักโทษจำนวน 3 ราย  จึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  ทำการสวดมนต์ไหว้พระ  บูชาท้าวเวชสุวรรณ  ทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษทั้งสามมาดำเนินการตามขั้นตอนการประหารชีวิต

              เวลา 16.00 .  ข้าพเจ้าได้รับทราบรายชื่อนักโทษที่จะต้องไปเบิกตัวคือ น..สุชาติ  นาคชาตรี  ..คง  สุเพือน  ..วินัย  นาคพันธ์  จึงได้ทำการจัดแบ่งหน้าที่ในการดูแล  และเข้าไปเบิกตัวนักโทษทั้งสามที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  โดยข้าพเจ้ารับหน้าที่ดูแลน..สุชาติ 

              เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกขังได้ไขกุญแจเปิดประตูตึก  เสียงต่างๆภายในตึกขังได้เงียบลง  เมื่อข้าพเจ้าเดินเข้าไปภายใน  มีเสียงนักโทษบางรายถามว่า อีกกี่คนครับหัวหน้า  ข้าพเจ้าตอบไปว่า สามรายมีห้องนี้ด้วย  สุชาติ  นาคชาตรี  ขอให้ออกมาที่ประตูด้วย  ..สุชาติได้ลุกขึ้นและพูดกับเพื่อนร่วมห้อง ลาก่อนครับ  ลาก่อนทุกคน  ลูกผมรอดตายไปได้ผมก็พอใจแล้ว  บอกลูกผมด้วยว่าผมรักมัน  เสียงนักโทษในห้องตอบว่า แล้วจะเขียนจดหมายบอกไปให้  ขอให้ไปที่ชอบนะลาก่อน

              ข้าพเจ้านำตัวออกมาจากตึกขัง  ..สุชาติพูดว่า ผมยังโชคดีที่ลูกชายของผมได้ยกฟ้องออกไปจากคุกทั้งคู่  ไม่ยังงั้นคงต้องตายกันหมดทั้งพ่อทั้งลูกแน่  คดีนี้พวกผมพ่อลูกไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย  แต่ถูกเขาใส่ร้าย  ผมไม่อาฆาตไม่โกรธแค้นใครทั้งนั้น  ลูกผมรอดตายไปได้ผมก็พอใจแล้ว  เดี๋ยวขอผมเขียนจดหมายถึงลูกซักหน่อยนะครับ  อยากเตือนมันไม่ให้ไปล้างแค้นใคร  ผมอยากให้เรื่องยุติลงที่ผมแค่นี้  ข้าพเจ้าบอกไปว่า ไม่ต้องห่วง  เดี๋ยวให้ทุกคนได้เขียนจดหมายอยู่แล้ว  มีอะไรเขียนไปได้เต็มที่เลย  รับรองว่าทางเรือนจำจะจัดการส่งให้อย่างแน่นอน

              เมื่อนำตัวทั้งหมดมาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง  ได้แยกย้ายกันพิมพ์ลายนิ้วมือนักโทษทั้งหมด  ..สุชาติพูดว่า ความจริงแล้วผมไม่น่าที่จะต้องกลายมาเป็นนักโทษประหารเลย  ช่วงที่มีการฆ่ากันผมและลูกไม่มีใครรู้เรื่องด้วยเลย  ผมได้ทะเลาะกับคนตายมาก่อนก็จริง  ไม่รู้ว่าใครสวมรอยตามไปฆ่า  แล้วมาใส่ความหาว่าผมและลูกเป็นคนฆ่า  ผมและลูกจึงต้องหนีเพื่อตั้งหลัก  ตอนหลังมาถูกจับได้หมด  ผมและลูกได้ปฏิเสธข้อหากับตำรวจไป  แต่ทางญาติคนตายได้พยายามวิ่งเต้นเพื่อเอาผิดกับพวกผม  เพราะผมกับฝ่ายนั้นไม่ค่อยกินเส้นกัน

              ผมและลูกถูกศาลตัดสินให้ประหารชีวิตกันทั้งหมด  พอมาถึงอุทธรณ์ลูกชายผมได้ลดโทษเหลือตลอดชีวิตไปคนหนึ่ง  พอเรื่องถึงฎีกาศาลท่านปราณียกฟ้องให้ลูกชายผมทั้งคู่  ลูกผมจึงได้กลับบ้านไป  แต่ว่าไม่ทันไรลูกผมก็มาโดนฆ่าตายไปคนหนึ่ง  ไม่รู้ว่าผมทำบาปทำกรรมอะไรไว้  ตอนนี้ผมเหลือลูกชายอยู่คนเดียวเท่านั้น 

              ที่ผมกลัวที่สุดตอนนี้คือกลัวว่า  เมื่อลูกชายผมรู้ว่าผมถูกประหารไปแล้ว  จะไปล้างแค้นพวกที่หาเรื่องใส่ความพวกผม  ลูกผมมันก็เคยเป็นนักโทษประหารมาก่อน  ผมกลัวว่าเมื่อลูกผมไปล้างแค้นเขาเมื่อไร  ถ้าถูกจับได้จะต้องกลับมาเป็นนักโทษประหารอีกครั้ง  และครั้งนี้คงจะไม่มีโอกาสรอดตายเหมือนอย่างครั้งที่แล้วแน่  ผมอยากเตือนลูกผมให้เลิกการอาฆาตจองเวรซึ่งกันและกัน  เรื่องที่แล้วก็ให้แล้วกันไป  แค้นกันไปแค้นกันมาไม่มีอะไรดีขึ้นมาแน่  อยากให้ทุกอย่างจบลงที่ผม  อย่างน้อยผมก็ยังเหลือลูกชายไว้สืบสกุลอีกคนหนึ่ง  ส่วนลูกชายผมคนที่ตายไปแล้ว  ผมขออโหสิกรรมให้แก่คนที่ฆ่าลูกของผม  เวรกรรมต่างๆจะได้หมดสิ้นกันไปซักที

              ข้าพเจ้าถามว่า จริงๆแล้วได้รู้เห็นกับคดีนี้บ้างไหม  แล้วทำไมลูกชายถึงได้ยกฟ้องไปทั้งสองคน  แต่สุชาติกลับถูกตัดสินให้ประหารชีวิต  
   
              ..สุชาติตอบว่า ผมไม่ได้ทำและไม่รู้เรื่องจริงๆครับ  ผมสามคนสู้คดีมาถึงสามศาล  ศาลชั้นต้นตัดสินประหารพวกผมพ่อลูกทั้ง 3 คน  พอมาถึงศาลฎีกา  ลูกชายผมได้ยกฟ้องปล่อยตัวไปทั้งคู่  แค่นี้ผมก็ดีใจที่สุดแล้วครับ  ผมถือว่าผมยังมีบุญอยู่บ้างที่ไม่พากันมาตายหมดทั้งครอบครัว  ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าใครจะทำกับผมไว้อย่างไร  ผมขออโหสิกรรมให้ทั้งหมดครับ

              เมื่อพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ  เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี  ให้นักโทษทั้งหมดฟังและให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น  จากนั้นได้ให้ทั้งหมดทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายตามสะดวก  ซึ่งน..สุชาติเขียนจดหมายถึงลูกชายมีใจความว่า ขณะที่ลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้  พ่อได้จากโลกนี้ไปแล้ว  อย่าได้โกรธเคืองเจ้าหน้าที่ทุกคนเพราะเขาทำตามหน้าที่  พ่ออยากขอให้ลูกจงเลิกการอาฆาตพยาบาทต่อพวกที่ทำกับเราไว้  ลูกก็ผ่านคุกผ่านตะรางมากับพ่อแล้วย่อมรู้ว่ามันลำบากแค่ไหน  พ่อไม่อยากให้ลูกต้องย้อนกลับเข้ามาในนี้อีก  พอกันเสียทีสำหรับการจองเวร  ลูกอย่าได้ไปทำอะไรเขาอย่างเด็ดขาด  วิญญาณของพ่อจะได้สงบสุข  และขอให้ลูกจงตั้งใจทำมาหากิน  คอยปกป้องดูแลทางบ้านให้ดี 

              ต่อไปนี้ลูกคือตัวแทนของพ่อแล้ว  อย่าได้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายไม่ว่าอะไรทั้งนั้น  เรื่องที่ผ่านมาพ่อถือว่าเป็นกรรมเก่าของพ่อเอง  พ่ออโหสิกรรมให้พวกเขาทุกคนไม่ว่าใครจะทำกับพ่อไว้ก็ตาม  หวังว่าลูกคงทำตามคำสั่งของพ่อได้  พ่อจะได้ตายตาหลับ  อย่าลืมทำบุญไปให้พ่อบ้างนะ  ถ้าเป็นไปได้พ่ออยากให้ลูกได้บวชให้พ่อด้วย  พ่อขอลูกแค่นี้หวังว่าลูกคงให้พ่อได้  พ่อรักและเป็นห่วงลูกมาก  อย่าได้กลับมาเข้าคุกอีกเลยพ่อขอร้อง  อย่าไปแก้แค้นอะไรกับเขา  ถ้าใครยังจะมายุ่งวุ่นวายกับลูกอีก  บอกเขาไปเลยว่าที่ผ่านมาขอให้เลิกแล้วต่อกันไป  เขาจะได้ไม่มายุ่งกับลูกอีก  พ่อขอให้ทางบ้านทุกคนจงมีแต่ความสุขความเจริญพ่อขอลาก่อน  รักลูกมาก  จากพ่อ

              จากนั้นได้ช่วยกันยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษประหารทั้งหมดกิน  ..สุชาติพูดกับข้าพเจ้าว่า ผมกินไม่ลงหรอกครับหัวหน้า  ขอน้ำเย็นให้ผมดีกว่า  อย่าลืมช่วยส่งจดหมายให้ผมด้วยนะครับ  ก่อนที่ลูกชายผมจะทำอะไรบุ่มบ่ามลงไป  ที่ผมกลัวที่สุดตอนนี้คือ  กลัวว่าใครจะมาทำอะไรลูกชายผมอีก  และกลัวว่าลูกผมจะไปทำเขาเพื่อแก้แค้นให้ผม  ผมเหลือลูกชายแค่คนเดียวแล้ว  ผมหวังว่าลูกของผมคงเชื่อในคำสั่งเสียของผมนะครับ 

              จากนั้นได้นำทั้งหมดไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์ที่ได้นิมนต์มา  ซึ่งทุกคนต่างตั้งใจฟังอย่างสงบ  เสร็จแล้วข้าพเจ้าได้นำน..สุชาติไปทำการประหารก่อนเป็นรายแรก  โดยให้น..คงและน..วินัยรออยู่ที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ  ระหว่างทางน..สุชาติได้พูดกับข้าพเจ้าว่า หัวหน้ามีลูกแล้วหรือยังครับ  ข้าพเจ้าได้ตอบไป ยังไม่มีเลยสักคน  ..สุชาติพูดต่อว่า ถ้ายังงั้นหัวหน้าคงยังไม่เคยมีความรู้สึกถึงความห่วงใยของพ่อที่มีต่อลูกว่าเป็นอย่างไร  เชื่อไหมครับว่าผมสามารถที่จะตายแทนลูกทุกคนได้  ความหวังทุกอย่างผมฝากไว้กับลูกทั้งหมด  ถึงผมจะต้องตายไปก็ตาม  ถ้าเป็นไปได้นะครับ  วิญญาณผมจะคอยปกป้องดูแลลูกของผมตลอดไป

              เมื่อมาถึงศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์  ได้แวะให้น..สุชาติเข้ากราบไหว้  แล้วจึงนำตัวต่อไปยังห้องประหาร  เมื่อถึงศาลาเย็นใจได้ให้น..สุชาตินั่งที่เก้าอี้ขาว  ข้าพเจ้าส่งดอกไม้ธูปเทียนให้  พี่เลี้ยงอีกนายนำผ้าดิบมาผูกตา  แล้วช่วยกันประคองเข้าสู่ห้องประหาร  โดยนำตัวเข้าไปยังหลักประหารหลักที่หนึ่ง  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีกสองนายช่วยกันผูกมัดตัวให้ติดกับหลักประหาร  ตั้งเป้าตาวัวให้ตรงกับจุดที่ตั้งของหัวใจ  เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร  เสร็จแล้วได้ทำการขออโหสิกรรมอีกครั้ง  ..สุชาติพูดว่า ผมขออโหสิกรรมให้ทุกคนเช่นกันครับ  ผมไม่ขอมีกรรมเวรกับใครทั้งสิ้นอีกแล้ว  ลาก่อนครับ  เมื่อพร้อมแล้วได้แจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนเข้ามาทำหน้าที่บรรจุกระสุนปืน  ตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว  เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้าทำการตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่าได้ที่ดีแล้ว  จึงส่งเสียงแจ้งหัวหน้าชุดประหารไปว่า พร้อม  ธงแดงได้สะบัดลงทันที  เสียงปืนได้คำรามขึ้น ปัง   ปัง  ปัง ปังๆๆๆๆ  ใช้กระสุนในการประหารทั้งสิ้น 8 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 17.45 .

              เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างของน..สุชาติที่หลักประหาร  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้ว  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างของน..สุชาติลงจากหลักประหาร  แล้วนำไปเก็บไว้ภายในห้องเล็ก  จากนั้นข้าพเจ้าออกไปรอรับตัวน..คงและน..วินัยที่ศาลาเย็นใจ  เพื่อนำตัวทั้งคู่เข้าทำการประหารชีวิตเป็นชุดต่อไป

              ขออโหสิกรรมต่อนายสุชาติ  นาคชาตรี  และขอให้ความหวังในตัวลูกชาย  จงประสบผลสำเร็จตามที่หวังไว้ด้วย

              ขออภัยต่อทุกท่านที่เกี่ยวข้องในคดีนี้  ข้าพเจ้าไม่มีเจตนาที่จะชี้นำว่าฝ่ายใดผิดหรือถูก  เพียงแต่ได้เขียนขึ้นมาตามคำบอกเล่าของนักโทษประหารก่อนตายเท่านั้น