วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2557

36.ยูโซ๊ป เมืองเล่ง ถึงป่วยก็ต้องทำ



            
              
               น..ยูโซ๊ป,ยูสพ,ยุสพ  เมืองเล่ง  อายุ 51 ปี  หมายเลขประจำตัว 145/43  คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา(มือปืนรับจ้าง)  ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289  หมายเลขคดีดำที่ 395/41  หมายเลขคดีแดงที่ 3579/42  ศาลจังหวัดสงขลา  เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอจะนะ  จังหวัดสงขลา

              วันที่ 18 พฤษภาคม พ..2540  เวลากลางวัน  เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ..จะนะ  ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย  ที่ตำบลบ้านนา  อำเภอจะนะ  จึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที  พบศพนายสุรชัย  อึ้งกุศลมงคล  ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศรีษะและลำตัวรวมทั้งสิ้น 3 นัด  นอนเสียชีวิตอยู่ภายในร้านค้าของตัวเอง  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของมือปืนอาชีพอย่างแน่นอน  เนื่องจากกระสุนเข้าจุดตายทุกนัด

              จากการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า  ขณะที่นายสุรชัยนั่งอยู่ภายในร้านค้าของตัวเอง  มีชาย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่หน้าร้าน  คนซ้อนท้ายลักษณะท่าทางน่าจะเป็นแขกอิสลาม  ได้ลงจากรถจักรยานยนต์เดินเข้ามาหานายสุรชัย  พร้อมกับขอซื้อน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์จำนวน 1 กระป๋อง  เมื่อนายสุรชัยหันไปหยิบน้ำมันเครื่อง  ชายคนดังกล่าวได้แสดงตัวเป็นคนร้ายทันที  โดยได้ชักปืนออกจากเอวจ่อไปที่ศรีษะนายสุรชัย  แล้วเหนี่ยวไกยิงทันที 1 นัดจนนายสุรชัยล้มลง  แต่คนร้ายยังไม่พอใจในผลงาน  เดินเข้าไปจ่อยิงที่ลำตัวซ้ำอีก 2 นัด  เสร็จแล้วได้วิ่งออกไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่พวกติดเครื่องรออยู่ขับหลบหนีไป  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตาม  แต่คนร้ายทั้งสองคนสามารถหลบหนีไปได้

              เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทราบอีกว่า  ก่อนหน้านั้นคนร้ายทั้งสองได้เข้ามาดูลาดเลาไว้แล้วหลายครั้ง  โดยทำทีเข้ามาซื้อของภายในร้านที่เกิดเหตุ  และขับขี่รถวนเวียนในละแวกใกล้ที่เกิดเหตุ  เพื่อสำรวจเส้นทางหลบหนี  จนเป็นที่ผิดสังเกตและมีพยานจำหน้าคนร้ายได้  เมื่อคนร้ายเห็นว่าทางสะดวกแล้ว  จึงได้ลงมือสังหารนายสุรชัยจนเสียชีวิตดังกล่าว

              จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า  มือปืนรายนี้คือนายยูโซ๊ป  เมืองเล่ง  มือปืนชื่อดังของภาคใต้ซึ่งก่อคดีสังหารคนไว้หลายคดี  และมีหมายจับของสภ..เมืองสงขลาอีกคดีหนึ่งด้วย  จึงได้ติดตามจับกุมตัวนายยูโซ๊ปเพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายของบ้านเมือง  และสามารถจับกุมตัวนายยูโซ๊ปได้เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ..2540  นำตัวมาสอบสวนดำเนินคดี  นายยูโซ๊ปได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด  เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำพยานที่เห็นเหตุการณ์มาชี้ตัวผู้ต้องหา  พยานสามารถชี้ตัวนายยูโซ๊ปได้อย่างถูกต้อง  แต่นายยูโซ๊ปยังคงยืนกรานปฏิเสธ

              เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆ  ส่งมอบให้อัยการเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีนายยูโซ๊ป  ต่อศาลจังหวัดสงขลา  และได้ขออำนาจศาลฝากขังนายยูโซ๊ปไว้ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา

              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  เชื่อว่านายยูโซ๊ปได้กระทำผิดจริงตามฟ้อง  โดยมีพฤติการณ์เป็นมือปืนรับจ้าง  ทำการฆ่าผู้อื่นโดยไม่จำเป็นต้องมีสาเหตุโกรธเคือง  แต่ทำไปเพื่อหวังเงินค่าจ้างเท่านั้นโดยไม่คำนึงถึงชีวิตของผู้อื่น  การกระทำดังกล่าวเป็นภัยต่อสังคนส่วนรวมอย่างร้ายแรง  จึงได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนายยูโซ๊ปโดยไม่มีการลดหย่อนโทษให้แต่อย่างใด  และได้ส่งตัวข..ยูโซ๊ปมาคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง 

              ..ยูโซ๊ปได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ..ยูโซ๊ปได้ยื่นฎีกาต่อศาล  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์  ..ยูโซ๊ปได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์  และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  ส่วนคดีฆ่าในเขตอำเภอเมืองจังหวัดสงขลานั้น  ศาลได้พิจารณาตัดสินให้ประหารชีวิตเช่นเดียวกัน  คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา  
  
              วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ..2545  เวลา 11.00 .  ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า  ในวันนี้จะทำการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 1 ราย  ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขังขอให้ข้าพเจ้าจัดเตรียมรถเข็นสำหรับคนป่วยไว้ด้วย  เนื่องจากนักโทษคนดังกล่าวยังนอนป่วยอยู่ที่สถานพยาบาล  ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  ทำการสวดมนต์ไหว้พระ  บูชาท้าวเวชสุวรรณ  พร้อมทั้งทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษมาดำเนินการตามขั้นตอนการประหารต่อไป

              เวลา 15.00 .  เจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายควบคุมผู้ต้องขังได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการส่วนควบคุมฯ  ให้ไปทำการเบิกตัวน..ยูโซ๊ป  เมืองเล่ง  จากสถานพยาบาลของเรือนจำกลางบางขวาง  กลับมาคุมขังที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ไปทำการเบิกตัวน..ยูโซ๊ปยังไม่ทราบว่าในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษแต่อย่างใด

              เวลา 16.00 .  ข้าพเจ้าได้รับชื่อนักโทษที่จะต้องเข้าไปเบิกตัวคือ  ..ยูโซ๊ป  เมืองเล่ง  ดังนั้นข้าพเจ้าพร้อมด้วยพี่เลี้ยงอีกนาย  พร้อมด้วยหัวหน้าฝ่ายควบคุมกลาง  จึงนำรถเข็นเข้าไปทำการเบิกตัวน..ยูโซ๊ปที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1

              เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกขังไขกุญแจเปิดตึก  เสียงนักโทษประหารภายในตึกขังพูดลอยๆมาว่า เมื่อไรจะเลิกประหารกันซักทีโว้ย  จะไม่เปิดโอกาสให้กลับตัวกลับใจกันบ้างเลยหรือยังไง  ข้าพเจ้าเดินเข้าไปภายในตึกขังเป็นคนแรก  มีเสียงถามข้าพเจ้าว่า วันนี้จะประหารอีกกี่คนครับหัวหน้า  ข้าพเจ้าตอบว่า คนเดียวเท่านั้น  นักโทษคนนั้นพูดว่า ใช่ยูโซ๊ปไหมหัวหน้า  พวกผมยังสงสัยกันอยู่ว่าทำไมถึงต้องเอาตัวยูโซ๊ปกลับมาขังที่นี่  ทั้งที่อาการป่วยยังไม่ดีขึ้นเลย  คิดไว้แล้วไม่มีผิดว่าจะต้องมีอะไรเป็นพิเศษแน่เลย  ข้าพเจ้าตอบไปว่า ใช่แล้วไม่ผิดตัว

              ภายในห้องขัง  ..ยูโซ๊ปยังนอนซมอยู่  ข้าพเจ้าได้ขอให้นักโทษประหารที่อยู่ภายในห้องช่วยกันประคองตัวมาส่งให้ที่ประตูห้อง  มีเสียงถามมาว่า หัวหน้าครับ  ป่วยขนาดนี้ยังจะเอาตัวไปประหารอีกหรือครับ  ไม่โหดร้ายไปหรือครับ  ทำไมไม่รอให้อาการดีขึ้นก่อนหละครับ  ข้าพเจ้าตอบไปว่า ถึงป่วยก็ต้องทำ  ในเมื่อมีคำสั่งจากเบื้องบนมาแล้ว  ผมเองเห็นแล้วก็สงสาร  ไม่อยากจะทำหรอกนะ  แต่ว่าพวกผมทุกคนไม่สามารถขัดคำสั่งได้  อีกอย่างหนึ่งคนที่ออกคำสั่งเขาไม่รู้หรอกว่าใครป่วยหรือใครแข็งแรง  เขาจะพิจารณาที่เนื้อหาของคดีเท่านั้นว่า  สมควรที่จะได้รับการลดโทษให้หรือไม่  เรื่องเจ็บป่วยของนักโทษเขาไม่ได้เอามาพิจารณาด้วยหรอก 

              เมื่อนักโทษภายในห้องได้ช่วยกันประคองตัวน..ยูโซ๊ปมาส่งให้ข้าพเจ้าแล้ว  ..ยูโซ๊ปได้พูดว่า หัวหน้าครับผมไม่มีแรงจะเดินแล้วครับ  โอย ! ตายๆซะก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องมาทรมานอีกต่อไปแล้ว  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีกนายจึงเข้าหิ้วปีกกันคนละข้าง  มีเสียงนักโทษประหารที่ถูกขังอยู่ตามห้องต่างๆว่า ไปที่ชอบนะยูโซ๊ป  นึกถึงองค์อัลเลาะห์ไว้นะ  ทำไมถึงต้องประหารคนป่วยด้วย  จะรอดไปถึงหลักประหารหรือเปล่าก็ไม่รู้  ฯลฯ

              เมื่อนำตัวออกมาจากตึกขังแล้ว  ข้าพเจ้าจับให้นั่งรถเข็นสำหรับคนป่วย  ..ยูโซ๊ปพูดกับข้าพเจ้าว่า ในเมื่อจะยังไงก็ต้องประหารผมอยู่แล้ว  ทำไมถึงต้องเอาตัวผมกลับมาจากสถานพยาบาลให้เสียเวลาด้วย  หัวหน้าไปเอาตัวผมที่นั่นเลยไม่ดีกว่าหรือครับ 

              ข้าพเจ้าตอบไปว่า ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าในวันนี้จะประหารใคร  แล้วอีกอย่างหนึ่ง  ถ้าพวกผมเข้าไปเบิกตัวบังจากเตียงคนป่วยเลย  พวกคนป่วยที่นอนอยู่ในนั้นด้วยจะรู้สึกยังไงกัน  เผลอๆอาจจะมีช๊อกตายกันบ้างก็ได้  ผมว่ามาเบิกตัวที่แดน 1 ดีแล้วหละจริงไหม  ..ยูโซ๊ปพยักหน้ารับทราบ

              เมื่อนำตัวมาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง  ได้เข้ามาพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจสอบประวัติบุคคลตามระเบียบ  ข้าพเจ้าถามน..ยูโซ๊ปว่า บังได้ทำคดีนี้จริงหรือไม่  ..ยูโซ๊ปตอบว่า จริงครับหัวหน้า  ผมทำคดีไว้เยอะแยะไปหมด  เฉพาะโทษประหารผมโดนตัดสินถึงสองประหาร  แล้วยังมีคดีอื่นอีก  ถ้ายังไม่ยิงผมในวันนี้  ผมอาจจะถูกตัดสินถึง 6-7 ประหารก็ได้

              ข้าพเจ้าถามว่า แล้วบังป่วยอย่างนี้ทำไมยังสามารถไปก่อคดีไว้ได้ตั้งมากมาย  ..ยูโซ๊ปตอบว่า สมัยก่อนร่างกายของผมยังแข็งแรงนี่ครับ  แล้วผมก็ไม่ได้ใช้กำลังอะไรนักหนาในการฆ่าคน  แค่ใช้กำลังนิ้วเหนี่ยวไกปืนปล่อยกระสุนออกไปเท่านั้น  เวลาหนีก็ไม่ได้วิ่งหนีเป็นระยะทางไกลๆ  ผมมีพวกคอยขับรถพาหนีให้ทุกครั้ง  ผมเพิ่งมาป่วยหนักหลังจากที่เข้ามาอยู่ที่บางขวางแล้ว  ถึงวันนี้ไม่ประหารผม  ผมก็รู้ตัวเองว่าคงอยู่ได้อีกไม่นานเท่าไร  ตายๆซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราวก็ดีเหมือนกัน  จะได้ไม่ต้องมาทรมานอยู่ต่อไปอีก  อาการป่วยของผมมีแต่ทรงกับทรุดเท่านั้น     
 
              ..ยูโซ๊ปหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนฯนายหนึ่งซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม หัวหน้าครับก่อนที่ผมจะตาย  เดี๋ยวผมขอละหมาดก่อนซักหน่อยได้ไหมครับ  เจ้าหน้าที่นายนั้นตอบว่า ได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว  หลังจากที่บังทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายเสร็จแล้ว  เขาจะเปิดโอกาสให้บังประกอบพิธีได้  เดี๋ยวผมจะอยู่เป็นเพื่อนด้วยไม่ต้องเป็นห่วง

              หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ  เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี  ให้น..ยูโซ๊ปฟังและให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น  จากนั้นได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมาย  ซึ่งน..ยูโซ๊ปเขียนจดหมายเป็นภาษายาวีถึงญาติพี่น้อง  เสร็จแล้วข้าพเจ้าได้ยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้  ซึ่งในวันนั้นมีข้าวหมกไก่  และต้มซุบเนื้อพร้อมด้วยน้ำเย็น  แต่น..ยูโซ๊ปขอดื่มเพียงน้ำเย็นเท่านั้น 

              ..ยูโซ๊ปได้หันมาพูดกับข้าพเจ้าว่า มือปืนอย่างพวกผม  น้อยคนนักที่จะได้ตายดี  ส่วนมากถ้าไม่ถูกตำรวจยิงตาย  ก็ต้องหักหลังฆ่ากันเอง  หรือไม่ก็ต้องมาตายในคุก  มีบางคนอยากเลิกอาชีพนี้  แต่มันเหมือนกับการขี่หลังเสือ  เมื่อเคยทำไปแล้วจะถอนตัวออกจากวงการค่อนข้างยากซักหน่อย  พอมีคนมาเสนอเงินให้มากๆ  ก็อดที่จะรับทำงานไม่ได้  พอคิดที่จะวางมือเมื่อไร  เป็นต้องมีคนเอาเงินมาล่อแทบทุกครั้ง  งานมันง่ายนี่ครับ  แค่เดินเข้าไปหาเหยื่อแล้วกระดิกนิ้วชี้ยิงโป้งเข้าให้  แล้วกลับมานอนใช้เงินได้อย่างสบายใจ  แต่พอมาถึงตัวเองจะต้องตายบ้าง  ผมรู้สึกใจหายอย่างไรพิกลก็ไม่รู้  นี่แหละมังครับที่เขาเรียกกันว่าความกลัวตาย

              จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ประกอบพิธีทางศาสนา  ข้าพเจ้าได้ถอยห่างออกมา  เจ้าหน้าที่ที่นับถือศาสนาอิสลามนายนั้นได้เข้าไปดูแลแทนข้าพเจ้า  ซึ่งน..ยูโซ๊ปทำการละหมาดอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง  เสร็จแล้วข้าพเจ้าจึงนำตัวใส่รถเข็น  พาไปห้องประหารในทันที

              ในระหว่างทางน..ยูโซ๊ปถามข้าพเจ้าว่า หัวหน้าครับถ้าผมตายไปแล้ว  เขาจะจัดการศพผมให้ตามหลักศาสนาอิสลามหรือเปล่า  ญาติของผมคงมาไม่ทันแน่ๆเพราะอยู่ไกลกันเหลือเกิน  บอกหัวหน้าบงกชช่วยเป็นธุระติดต่อสุเหร่าให้ผมด้วยนะครับ 

              ข้าพเจ้าตอบไปว่า บังสบายใจได้เรื่องสำหรับนี้  บังไม่ใช่อิสลามรายแรกที่ถูกประหาร  เท่าที่ผมเคยเห็นมา  ตอนเช้าทางเรือนจำจะติดต่อสุเหร่าที่อยู่ในจังหวัดนนท์  ให้มารับไปจัดการตามหลักศาสนาของอิสลาม  ทางเรือนจำไม่ละเลยเรื่องนี้อย่างแน่นอนผมขอรับรอง 

              เมื่อนำตัวมาถึงศาลาเย็นใจ  ข้าพเจ้าส่งดอกไม้ธูปเทียนให้  ..ยูโซ๊ปปฏิเสธที่จะรับดอกไม้ธูปเทียนเนื่องจากผิดหลักศาสนา  พี่เลี้ยงอีกนายนำผ้าดิบผูกปิดตา  แล้วช่วยกันเข็นรถนำตัวเข้าสู่ห้องประหาร  โดยนำตัวน..ยูโซ๊ปเข้าทำการประหารที่หลักประหารหลักที่หนึ่ง  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีกสองนายช่วยกันผูกมัดตัวให้ติดกับหลักประหาร  ตั้งเป้าตาวัวให้ตรงกับจุดที่ตั้งของหัวใจ  เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหารเพื่อให้ซับเลือดที่จะไหลนองลงมา  ในระหว่างนั้นน..ยูโซ๊ปได้ท่องคำละหมาดออกมาตลอดเวลา  จากนั้นได้ทำการขออโหสิกรรมต่อน..ยูโซ๊ปตามความเชื่อของข้าพเจ้า  แม้จะนับถือกันคนละศาสนาก็ตาม  แล้วแจ้งความพร้อมให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนเข้ามาทำหน้าที่บรรจุกระสุน  ตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว  เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้าทำการตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่าได้ที่ดีแล้วได้แจ้งความพร้อมให้หัวหน้าชุดประหารทราบ  ธงแดงได้สะบัดลงทันที  เสียงปืนดังออกมาเป็นชุด ปัง   ปัง  ปังๆๆๆๆๆๆ  รวมกระสุนที่ใช้ในการประหารทั้งสิ้น 9 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 17.30 .  หลังเสียงปืนสงบ  มีเสียงร้องครางแผ่วๆดังออกมาจากหลักประหารประมาณคึ่งนาทีแล้วเงียบเสียงลงไป

              เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างของน..ยูโซ๊ปที่หลักประหาร  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้ว  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างลงจากหลักประหาร  จับให้นอนคว่ำหน้าไว้  เพื่อความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือต่อไป

              ขอให้นายยูโซ๊ป  เมืองเล่ง  จงเป็นสุขอยู่ในสรวงสวรรค์กับองค์อัลเลาะห์ด้วยเถิด

              ขอชมเชยการสืบสวนหาตัวคนร้าย  ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ..จะนะ  มา ณ ที่นี้ด้วย