วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

17.สมัย ปานอินทร์ เจ้าแม่ล็อก 4

                 น..สมัย,เอียง  ปานอินทร์  อายุ 59 ปี  หมายเลขประจำตัว 970/42  คดียาเสพติดให้โทษ(เฮโรอีน)  ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ..2522  มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 102  หมายเลขคดีดำที่ 5713/37, 7594/37, 1522/38  หมายเลขคดีแดงที่ 6390-1/39  ศาลอาญากรุงเทพฯ  ผลงานการจับกุมของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.)

                   วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ..2542  เวลา 10.20 .  ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า  ภายในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 3 ราย  โดยเป็นนักโทษชายจำนวน 2 ราย  และนักโทษหญิงจำนวน 1 ราย  ซึ่งข้าพเจ้าแทบไม่อยากเชื่อว่าจะมีการประหารชีวิตผู้หญิงด้วย  แต่เมื่อได้รับคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนฯ  ข้าพเจ้าจำต้องเชื่อพร้อมกับได้สอบถามไปว่าเป็นนักโทษเด็ดขาดคดีอะไร  พฤติการณ์โหดร้ายแค่ไหน  ทำไมถึงต้องถูกลงโทษขั้นสูงสุด  คือประหารชีวิต  คำตอบที่ข้าพเจ้าได้รับมานั้น  ปรากฏว่าเป็นคดีค้ายาเสพติดให้โทษ  ซึ่งจะเป็นผู้หญิงรายแรกที่ถูกประหารชีวิตในคดีนี้  เมื่อข้าพเจ้าทราบดังนั้น  จึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่ต้องใช้ในการประหารชีวิต  พร้อมกับสวดมนต์ไหว้พระทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะต้องทำหน้าที่พี่เลี้ยงตามคำสั่ง            

                    ตามประวัติการประหารชีวิตด้วยวิธียิงเป้านั้น  เคยทำการประหารชีวิตผู้หญิงมาทั้งสิ้น 2 ราย  รายแรกเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ..2485  ในคดีปล้นทรัพย์และฆ่าเจ้าทรัพย์  รายที่สองเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ..2522  ในคดีเรียกค่าไถ่และฆ่าคนโดยโหดร้าย  หลังจากนั้นมาเป็นเวลา 20 ปี  ไม่เคยทำการประหารชีวิตผู้หญิงมาอีกเลย  และในวันนี้จะเป็นการประหารชีวิตนักโทษหญิงเป็นรายที่สามของประเทศ  ซึ่งถือได้ว่ารัฐบาลได้เอาจริงกับผู้ค้ายาเสพติด  ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม

                   เวลา 16.10 .  หลังจากที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปเบิกตัวนักโทษประหารชาย  ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1 แล้ว  เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิง 3 นาง  ได้คุมตัวนักโทษประหารหญิงผ่านประตูเรือนจำมาที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ  ในขณะนั้นนักโทษหญิงคนดังกล่าวมีสีหน้ามึนงงและตื่นกลัว  ยังไม่รู้ตัวว่าได้ถูกนำตัวมาที่เรือนจำกลางบางขวางเพื่ออะไร  แต่เมื่อนั่งลงที่เก้าอี้ตัวแรกซึ่งได้จัดไว้ให้  และเริ่มรู้ตัวในสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น  เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่มามุงดูกันเป็นจำนวนมาก  บางนายก็ส่งเสียงพูดคุยกันถึงเรื่องการประหารชีวิต  และที่ข้างตัวยังมีนักโทษชายนั่งอยู่อีก 2 ราย  จึงหันไปถามเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงที่พามาด้วยท่าทางตื่นกลัว คุณคะพาฉันมาที่นี่ทำไม  แล้วทำไมคนถึงมามุงดูฉันกันมากมายขนาดนั้น  มีอะไรเกิดขึ้นหรือคะ  เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงได้ตอบด้วยเสียงสั่นๆว่า พี่เอียงเชื่อไหมพวกเราได้รับคำสั่งให้นำตัวพี่เอียงพร้อมทะเบียนประวัติ  มาส่งที่เรือนจำกลางบางขวางเท่านั้น  แต่เราไม่รู้จริงๆว่าพามาเพื่ออะไร  เมื่อมีคำสั่งให้มาก็ต้องมา  เพิ่งจะมารู้เมื่อสักครู่นี้ว่า  ให้พาพี่เอียงมาประหารชีวิต  เมื่อทราบว่าจะต้องถูกประหารชีวิต  ก็ได้ร้องไห้โฮออกมาทันที 

                   ..ประยุทธที่นั่งอยู่ด้านข้างได้พูดจาปลอบใจ อย่าร้องไห้ไปเลยครับ  พวกผม 2 คนก็กำลังจะถูกประหารชีวิตเหมือนกัน  พวกเราทำความผิดไว้  ผลกรรมก็ต้องตามมาเป็นเรื่องธรรมดา  ขอโทษนะครับคุณโดนคดีอะไรมาครับ  นักโทษประหารหญิงคนดังกล่าวตอบว่า ผงขาวค่ะ  แต่ฉันไม่รู้ตัวจริงๆว่าเขาจะพาฉันมาประหาร  ฮือๆๆๆ 

                   ข้าพเจ้าเดินไปถามชื่อนักโทษหญิงคนดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิง  ซึ่งยืนหน้าซีดไม่แตกต่างจากนักโทษที่พามา  และได้รับคำตอบว่าชื่อ สมัย  ปานอินทร์หรือมีชื่อเล่นอีกชื่อว่า เอียง  ข้าพเจ้าจึงเข้าไปพูดกับน..สมัย พี่เอียงครับ  พวกผมและเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำตามหน้าที่นะครับ  ผมเห็นใจและสงสารพี่มาก  แต่จนใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรพี่ได้  ผมอยากขอร้องให้พี่หยุดร้องไห้  แล้วทำจิตใจให้สงบดีกว่า  ผมเข้าใจจิตใจของพี่ดี  มีอะไรเรามาพูดคุยกันดีกว่าตกลงนะครับ  ..สมัยสะอื้นฮักแล้วพูดว่า ในเมื่อฉันจะต้องตายแน่ๆแล้ว  ขอฉันโทรศัพท์คุยกับลูกสาวก่อนได้ไหมคะ  ได้โปรดเถิดค่ะเห็นใจฉันบ้าง  ข้าพเจ้าพูดตอบไปว่า  ผมต้องขอโทษด้วยครับ  เรื่องโทรศัพท์คงจะอนุญาติให้ไม่ได้  เพราะเป็นสิ่งของต้องห้ามของทางเรือนจำ  แต่หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ  เขาจะอนุญาตให้พี่ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายสั่งเสียได้เต็มที่ครับ  ..สมัยพูดขอร้องอีก สักเดี๋ยวเดียวเท่านั้นได้ไหมคะขอร้องเถิดคะ  ข้าพเจ้าตอบไปว่า ไม่ได้จริงๆครับ  คนที่มีสิทธิ์อนุญาตได้  คงมีแต่ผู้บัญชาการเรือนจำหรือไม่ก็รองอธิบดีหรืออธิบดีนั่นเลย  ผมเสียใจด้วยที่ไม่สามารถช่วยได้                

                   เมื่อเจ้าหน้าที่จากกองทะเบียนประวัติอาชญากรมาถึง  ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมาด้วย 3 นาง  สารวัตรโกมลได้ให้เข้าไปพิมพ์ลายนิ้วมือน..สมัยทันที  ตลอดเวลานั้นน..สมัยยังคงสะอื้นอยู่  และพยายามขอร้องเจ้าหน้าที่นายอื่นเพื่อขอโทรศัพท์ไปหาลูกสาว  แต่ไม่มีใครสามารถที่จะอนุญาตให้ได้  ..สมัยจึงได้แต่นั่งคอตกปล่อยให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือจนเสร็จ 

                   เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งให้ยกฎีกา  จากสำนักนายกรัฐมนตรีให้น..สมัยฟังเป็นคนแรก  และให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น  เสร็จแล้วได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมาย  โดยเนื้อความในจดหมายมีใจความว่า  ขอให้ลูกๆทุกคนอย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก  ขอให้ดูแม่เป็นตัวอย่าง  เงินทองที่ค้าขายยาเสพติดมาได้นั้น  ไม่คุ้มค่ากับการที่ต้องมาวิ่งเต้นสู้คดี  สุดท้ายชีวิตก็ต้องมาสูญสิ้นไปอีก  ข้าพเจ้าเข้าไปถามน..สมัย พี่เอียงครับ  ผมขอถามพี่หน่อยนะ  มีบางคนพูดว่าคดีของพี่นั้น  เป็นคดีผ่าท้องเด็กทารกเอาเครื่องในออกแล้วยัดผงขาวเข้าไปแทนใช่ไหมครับ  ..สมัยตอบข้าพเจ้าว่า ไม่ใช่คะเข้าใจกันผิดแล้ว  เกิดมาฉันยังไม่เคยฆ่าใครสักคน  ที่ผ่าท้องเด็กยัดผงขาวนั้นเป็นอีกคนหนึ่ง  คดีของฉันเป็นคดีผงขาวอย่างเดียวค่ะ

                   คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ..2537  เจ้าหน้าที่ปปส.  ได้สืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด  ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยรามอินทรา 15  ถนนรามอินทรา  แขวงอนุสาวรีย์  เขตบางเขน  กรุงเทพฯ  จึงนำหมายค้นพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นที่บ้านหลังดังกล่าวทันที 

                   ผลการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบยาเสพติดเฮโรอีนตราสิงห์โตคู่เหยีบโลกจำนวน 5 ถุง  น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรรมเศษ  เฮโรอีนบรรจุในหลอดพลาสติกพร้อมที่จะนำออกจำหน่าย 2,800 หลอด  โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง  วิทยุติดตามตัว 1 เครื่อง  หลอดพลาสติกเปล่า 5,000 หลอด  เงินสด 214,800 บาท  และสามารถจับกุมผู้ที่อยู่ในบ้านได้ 5 คน  ทราบชื่อว่า นางสมัย  ปานอินทร์  อายุ 54 ปี  นางสมใจ  ทองโอ  อายุ 56 ปี  นางมาลี  เดชาภิรมย์  อายุ 39 ปี  นายอรุณศักดิ์  หงษ์สร้อยคำ  อายุ 20 ปี  ..เล็ก(นามสมมุติ)  อายุ 14 ปี  นำทั้งหมดส่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อทำการสอบสวน

                   ผลการสอบสวน  นางสมัยได้ให้การปฏิเสธ  โดยอ้างว่าเดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อขอยืมเงินจากนางสมใจไปซื้อบ้าน  แต่ขณะที่กำลังจะเดินลงมาจากตัวบ้าน  ได้ถูกบุกเข้าจับกุมโดยไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย  และไม่ทราบว่าภายในบ้านมีการลักลอบบรรจุเฮโรอีนกันอยู่  เงินสดที่พบในตัวจำนวน 130,000 บาทนั้น  เป็นเงินที่พกมาให้นางสมใจดูเพื่อให้เชื่อว่าตนมีเงินอยู่บ้าง  หากให้ตนยืมเงินแล้วพอที่จะซื้อบ้านได้  ส่วนเงินสดที่จับกุมได้นอกจากที่ตนพกมา  ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใดกันบ้าง

                   นางสมใจรับสารภาพว่าขายเฮโรอีนกันทั้งครอบครัว  ลูกชายและลูกสาวได้ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้โดยขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ  และสามีของนางสมใจก็ถูกจับกุมในคดีจำหน่ายยาเสพติดเช่นกัน  แต่ไม่สามารถทนความลำบากขณะที่ติดคุกอยู่ในเรือนจำกลางบางขวางได้  จึงผูกคอตายในคุกไปเมื่อปีพ.. 2534

                   นางมาลีให้การรับสารภาพว่า  ได้ร่วมกันบรรจุเฮโรอีนใส่หลอดเพื่อเตรียมแบ่งขายให้ลูกค้ารายย่อยจริง  โดยนางสมัยได้ร่วมบรรจุเฮโรอีนใส่หลอดด้วย  ขณะที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุม  นางสมัยและด..เล็กได้เดินลงมาข้างล่างพอดี  ซึ่งนางสมใจและตนยังคงนั่งบรรจุเฮโรอีนใส่หลอดกันอยู่ที่ชั้นบนตัวบ้าน 

                   นายอรุณศักดิ์ให้การรับสารภาพว่า  ได้ร่วมบรรจุเฮโรอีนกับคนที่ถูกจับทั้งหมดด้วย  ขณะที่ถูกบุกเข้าจับกุม  ตนกำลังเปิดประตูบ้านเพื่อออกไปซื้อของ  และยอมรับว่าทั้งหมดได้ร่วมกันรับเฮโรอีนมาแบ่งจำหน่ายมานานแล้ว

                   ..เล็กให้การรับสารภาพว่า  ได้ช่วยคนทั้งหมดทำการบรรจุเฮโรอีนใส่หลอดด้วย  โดยได้รับเงินค่าจ้างเป็นการตอบแทน  และบ้างครั้งยังช่วยนำเฮโรอีนที่แบ่งบรรจุใส่หลอดแล้ว  ออกขายให้แก่พวกเสพยาอีกด้วย  ขณะที่ถูกจับกุมนางสมัยได้เดินลงมาจากบ้านพร้อมตน  โดยยืนยันว่านางสมัยมีส่วนรู้เห็นและยังช่วยทำการบรรจุเฮโรอีนใส่หลอดด้วย         

                   สำหรับเฮโรอีนทั้งหมดทราบว่ารับซื้อมาจากพ่อค้ายาเสพติดภาคเหนือ  โดยจะนำมาส่งครั้งละ 15-20 ถุง  แล้วจะนำแบ่งใส่หลอดขายให้ลูกค้ารายย่อย  นางสมัยจะมารับเฮโรอีนไปขายในชุมชนคลองเตยล็อกที่ 4  และได้ทำมานานแล้ว  จนได้ฉายาว่า เจ้าแม่ล็อก 4”  ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามพฤติการณ์ของนางสมัยมานานแล้ว    หลังการสอบสวนเสร็จสิ้น  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆ  ส่งมอบให้อัยการเพื่อส่งฟ้องทั้งหมดต่อศาลอาญากรุงเทพฯ 

                   ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนางสมัย  ส่วนนางสมใจ  นางมาลี  และนายอรุณ  ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต  ..เล็กถูกศาลเยาว์ชนตัดสินให้กักขังที่สถานพินิจเด็กและเยาวชน  ..สมัยได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเพื่อขอลดหย่อนโทษที่ได้รับ  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ..สมัยได้ยื่นฎีกาเพื่อขอลดหย่อนโทษอีก  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์  เป็นนักโทษเด็ดขาดรอการประหารชีวิต น..สมัยได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์  และรอผลการพิจารณาอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง  บางเขน

                   หลังจากที่นักโทษประหารทั้งหมดได้ทำพินัยกรรม  และเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายเสร็จ  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมด  นำอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษทั้ง 3 คน  แต่ไม่มีใครแตะต้องอาหารแต่อย่างใด  เพียงแต่หยิบน้ำขึ้นดื่มกันเท่านั้น  ..สมัยได้หันมาหาข้าพเจ้า ขอเหล้าสักแก้วได้ไหมคะ  จิตใจของฉันจะได้กล้าหน่อย  ข้าพเจ้าตอบไป เหล้าก็ไม่ได้เหมือนกัน  ดื่มกาแฟแทนไหมพี่  ..สมัย โน่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้  ความจริงน่าจะสงเคราะห์ให้เป็นครั้งสุดท้ายบ้างนะ  ข้าพเจ้าตอบไป ไม่ได้จริงๆพี่  กฎระเบียบเรือนจำเขามีอยู่  พวกผมจะไปฝ่าฝืนไม่ได้  ..สมัย ตกลงกาแฟก็ได้  ข้าพเจ้าจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่จัดหามาให้  

                   หลังจากอาหารมื้อสุดท้าย  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมดนำนักโทษทั้งสามไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์  โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิง 2 นาง  เป็นผู้ประคองแขนทั้งสองข้างของน..สมัยไป  ข้าพเจ้าเห็นแล้วให้รู้สึกสงสารเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นางเป็นอย่างมาก  เพราะเท่าที่สังเกตดูเห็นเหงื่อตกและมือไม้สั่นไปหมด  น่าจะสั่นกว่านักโทษที่จะถูกประหารเสียอีกด้วย  ระหว่างที่ฟังเทศนาธรรม  นักโทษทั้งหมดต่างตั้งใจฟังอย่างสงบ  เสร็จแล้วจึงให้น..ประยุทธและน..ตะปอยโฮ  นั่งรอที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ  

                   จากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงเป็นผู้ประคองน..สมัย  เดินไปสู่ห้องประหารเป็นรายแรก  ส่วนข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีก 2 นายเดินตามหลังไป  เมื่อเดินมาได้สักระยะหนึ่ง  ข้าพเจ้าเห็นอาการของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงทั้งสองแล้ว  กลัวว่าจะเข่าอ่อนทรุดลงไปก่อนนักโทษที่ตัวเองประคอง  ข้าพเจ้าจึงชวนพี่เลี้ยงอีกนาย ผมว่าเราสองคนเข้าไปทำหน้าที่แทนผู้คุมหญิงสองคนนั่นดีกว่า  ผมดูแล้วกลัวจะไปไม่รอด  เห็นไหมสั่นกันไปหมดทั้งตัวแล้ว  ไม่เข้าท่าแน่ถ้าปล่อยให้พาไปถึงหลักประหาร  เดี๋ยวจะเป็นลมกันเสียก่อน  อย่างว่าแหละคนไม่เคยเห็นการประหารและไม่เคยทำหน้าที่พี่เลี้ยงมาก่อน  พี่เลี้ยงนายนั่นได้ตอบตกลงทันที

                   ข้าพเจ้าเข้าไปสะกิดข้อศอกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงคนด้านขวา  เมื่อเจ้าหน้าที่นางนั้นหันมามองข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าได้ส่งสัญญานมือให้หลบออกมาจากตัวน..สมัย  เจ้าหน้าที่นางนั้นรีบหลีกทางให้ข้าพเจ้าในทันที  พร้อมกับถอนหายใจโล่งอก  ข้าพเจ้าคล้องแขนขวาน..สมัยซึ่งพี่เลี้ยงอีกนายได้เข้าคล้องที่แขนด้านซ้าย  ..สมัยหันมามองข้าพเจ้า  โดยข้าพเจ้าพูดว่า พี่เอียงครับขอผมควงพี่เดินสักหน่อยนะครับ  ..สมัยตอบว่า ไม่รังเกียจพี่หรือ  พี่แก่แล้วนะและยังเป็นนักโทษอีกด้วย  ข้าพเจ้าจึงพูดว่า เอาอย่างนี้ดีกว่า  ผมขอเป็นแฟนพี่คนสุดท้ายตกลงไหมครับ  ..สมัย ตกลงนั้นเรามาเดินควงกันสองคนพอ  พี่เลี้ยงอีกนายได้ยินดังนั้นจึงคลายมือที่คล้องแขนซ้ายออก  แต่ยังเดินประกบไปด้วยตลอดทาง 

                   ข้าพเจ้าพูดกับน..สมัยว่า ในเมื่อเราเป็นแฟนกันแล้ว  ผมบอกอะไรพี่ๆต้องเชื่อผมนะครับ  ..สมัยพยักหน้าตอบรับ  ข้าพเจ้าจึงพูดต่อ ผมขอให้พี่พยายามทำจิตใจให้สงบอย่าคิดฟุ้งซ่าน  แล้วเวลาผมปิดตาพี่พาเดินไปทางไหน  ผมขอให้พี่เดินไปกับผมดีๆ  รับรองว่าผมจะไม่ทำให้พี่หกล้มอย่างเด็ดขาด  เวลาผมมัดตัวพี่  ผมขอร้องให้พี่อยู่เฉยๆอย่าดิ้นนะครับ  ผมไม่อยากให้พี่ทรมาน  พี่ต้องเชื่อผมนะครับ  ..สมัยตอบมา ตกลงค่ะ

                   เมื่อถึงศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์  ข้าพเจ้าได้นำน..สมัยแวะที่หน้าศาลพร้อมกับกล่าว ที่นี่คือศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์ที่พวกผมทุกคนนับถือ  ผมขอให้พี่กราบลาที่ศาลแห่งนี้  และขอให้พี่อธิฐานในสิ่งดีงาม  เพื่อพี่จะได้ไปสู่ภพที่ดีนะครับ  ..สมัยจึงนั่งพับเพียบยกมืออธิฐานประมาณ 2 นาที  เสร็จแล้วข้าพเจ้าจึงควงแขนพาเดินต่อไปสู่ห้องประหาร

                   ระหว่างทางน..สมัยได้ขอร้องข้าพเจ้าอีก ในเมื่อเป็นแฟนกับฉันแล้ว  ช่วยขอร้องผู้ใหญ่ให้ฉันได้โทรศัพท์หาลูกสักครั้งเถิดนะคะ  ข้าพเจ้าตอบไปว่า พี่เอียงครับ  ใจผมน่ะอยากให้พี่ได้มีโอกาสโทรศัพท์สั่งเสียลูกสาว  แต่พี่ต้องเข้าใจด้วย  ในเมื่อผมรู้อยู่แล้วว่าเป็นของต้องห้าม  แต่ผมยังไปขออนุญาตให้พี่อีก  ผู้ใหญ่จะว่าผมยังไงบ้าง  และคงไม่มีทางที่ผู้ใหญ่จะอนุญาตให้พี่ได้โทรศัพท์  ฉะนั้นอย่าไปขอให้เสียเวลาดีกว่าครับ  ..สมัยได้พูดอีก ถ้ายังงั้นขอฉันหอมแก้มแฟนสักครั้งจะได้ไหม  ข้าพเจ้าตอบไปว่า อย่าว่าแต่ครั้งเดียวเลยพี่  สองสามครั้งก็ได้  พร้อมกันนั้นได้ยื่นแก้มไปให้น..สมัยหอมทันที  ซึ่งน..สมัยได้หอมแก้มข้าพเจ้าดังฟอด  เจ้าหน้าที่เรือนจำและสักขีพยานที่เดินตามหลังมา  ต่างตบมือให้กำลังใจน..สมัย  ซึ่งขณะนี้ยิ้มออกมาได้แล้ว  พร้อมกับพูดว่า อย่างน้อยที่สุดก่อนตาย  ฉันยังมีโอกาสได้หอมแก้มผู้คุมหนุ่มๆอย่างคุณ  แค่นี้ฉันก็ภูมิใจแล้วค่ะ

                   เมื่อถึงศาลาเย็นใจ  ได้ให้น..สมัยนั่งที่เก้าอี้ขาว  ข้าพเจ้าหยิบดอกไม้ธูปเทียนส่งให้พร้อมกับพูดขึ้น พี่เอียงครับ  พนมมือถือดอกไม้นี้ไหว้ไปทางโบสถ์หลังนั้นซิครับ  มีพระประธานตั้งอยู่ข้างในนั้นด้วย  ..สมัยได้ทำตามที่ข้าพเจ้าบอก  พี่เลี้ยงอีกนายได้นำผ้าดิบผูกตาน..สมัยในทันที  ข้าพเจ้าประคองให้ลุกขึ้นนำเข้าสู่ห้องประหาร  ซึ่งในการประคองนักโทษประหารหญิงนั้น  สะดวกกว่าการประคองนักโทษประหารชาย  เนื่องจากนักโทษประหารหญิง  ไม่มีโซ่ตรวนที่ขาซึ่งจะทำให้เกะกะและอาจสะดุดล้มได้ 

                   เมื่อเข้ามาในห้องประหารแล้ว  ข้าพเจ้านำน..สมัยเข้าไปที่หลักประหารหลักที่หนึ่ง  ทำการผูกมัดตัวกับหลักประหาร  ซึ่งน..สมัยไม่แสดงอาการขัดขืนหรือดิ้นรนแต่อย่างใด  เสร็จแล้วตั้งเป้าตาวัว  แล้วเอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร  เพื่อให้ซับเลือดที่จะไหลนองลงมา  ข้าพเจ้าเข้าไปกระซิบบอกลากับน..สมัย  พร้อมกับให้ท่องพุทโธไว้  ปรากฏว่าน..สมัยได้ท่องออกมาดังๆ  ซึ่งภายในห้องประหารขณะนั้นมีแต่ความเงียบ  เสียงท่องของน..สมัยจึงฟังแล้ววังเวงน่ากลัว พุทโธ  พุทโธ  พุทโธ  พุทโธ  ข้าพเจ้าจึงต้องกระซิบบอกอีกครั้ง พี่เอียงครับ  ผมว่าพี่ท่องพุทโธในใจดีกว่าครับ  ..สมัย จะให้ท่องในใจใช่ไหม  ได้ตกลง  ความเงียบได้กลับคืนสู่ห้องประหารอีกครั้ง  ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมดได้ทำการกล่าวขออโหสิกรรมอีกครั้ง  แล้วจึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ  

                   พลเล็งปืนได้เข้าทำหน้าที่บรรจุกระสุนเข้ารังเพลิงโดยเข้าห้ามไกไว้  ตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว  เมื่อได้ที่แล้วจึงทำการล็อกตัวปืนให้ยึดติดกับแท่นปืน  เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้าทำการตรวจสอบอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่าตรงดีแล้วได้แจ้งความพร้อมต่อหัวหน้าชุดประหาร  ธงแดงได้สบัดลงในทันที  เพชฌฆาตมือหนึ่งเหนี่ยวไกปืนลั่นกระสุนออกไป ปัง   ปัง  ปัง ปังๆๆๆ  รวมทั้งสิ้น 7 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 17.45. 

                   เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างน..สมัยที่หลักประหาร  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้วอย่างสงบ  ไม่ต้องทำการยิงซ้ำแต่อย่างใด  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างลงจากหลักประหาร  แล้วนำไปเก็บไว้ภายในห้องเล็ก  เสร็จแล้วข้าพเจ้าจึงนำนักโทษประหารชายอีก 2 ราย  เข้าสู่หลักประหารพร้อมกันเป็นชุดต่อไป

               ขออภัยผู้มีชื่อเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าได้กล่าวถึง  เนื่องจากต้องการให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงโทษของการค้ายาเสพติด 

                   ขอให้พี่เอียง(สมัย  ปานอินทร์)  จงเป็นสุขอยู่ในภพที่ดี  หมดสิ้นกรรมเวรทั้งหลาย  และขออโหสิกรรมมา ณ ที่นี้ด้วย
               ขอชมเชยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด  ที่ตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดทั้งหลายมา ณ ที่นี้ด้วย

          หลักประหารยิงเป้า หลักที่๑