วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

20. ลาวิน ไอน็อทไทยพีเพิล

                 
               น..ลาวิน  อายุ 50 ปี (สัญชาติพม่า)  หมายเลขประจำตัว 679/39  คดีครอบครองยาเสพติดให้โทษ(เฮโรอีน)  เพื่อนำออกจากราชอานาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต  ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  ..2522  มาตรา 66  หมายเลขคดีดำที่ 7850/36  หมายเลขคดีแดงที่ 8121/39  ศาลอาญากรุงเทพฯ  ผลงานการจับกุมของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ  สำนักนายกรัฐมนตรี

              วันที่ 1 กันยายน พ..2536  เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดและเจ้าหน้าที่ป...  ได้ร่วมกันสืบทราบว่าจะมีกลุ่มนักค้ายาเสพติด  นำเฮโรอีนจำนวนมากออกจากประเทศไทยเพื่อไปยังประเทศอินโดนีเซีย  โดยจะใช้เส้นทางผ่านท่าอากาศยานกรุงเทพฯ  จึงได้วางแผนที่จะตรวจค้นและจับกุมกลุ่มนักค้ายาเสพติดดังกล่าวทันที

              หลังจากนั้นไม่นานมีกลุ่มบุคคลชายหญิงลักษณะท่าทางตรงกับที่สายรายงานมา  เดินเข้ามาในสนามบินและเตรียมตัวที่จะเดินทางออกนอกประเทศ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการตรวจค้นตัวและสัมภาระเดินทางของคนทั้งหมด  ปรากฎว่าพบเฮโรอีนชนิดอัดแท่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางของกลุ่มคนดังกล่าว  จึงได้ควบคุมตัวคนทั้งหมดไว้ได้ 5 คน  ซึ่งหนึ่งในนั้นทราบชื่อว่านายลาวิน  สัญชาติพม่าซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง  สามารถตรวจยึดเฮโรอีนได้ทั้งหมดเกือบ 11 กิโลกรัม

              จากการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาที่จับกุมได้  นายลาวินได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด  ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งทั้งชายและหญิงอีก 4 คน  ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆมอบให้อัยการ  เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีคนทั้งหมดต่อศาลอาญากรุงเทพฯ  และได้ขออำนาจศาลฝากขังนายลาวินและเพื่อนร่วมแก๊งชายไว้ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ  บางเขน  ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งที่เป็นผู้หญิงได้ฝากขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง  บางเขน

              วันที่ 29 ตุลาคม พ..2536  เวลา 12.30 .  ในระหว่างที่ข..ลาวินถูกควบคุมตัวไว้ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ  บางเขนนั้น  ได้ถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จับกุมยาเสพติด(เฮโรอีน)ที่ลักลอบนำเข้าไปไว้เพื่อเสพอีกครั้งจำนวน 1 หลอด  น้ำหนักประมาณ 0.10 กรัม  โดยข..ลาวินได้ซุกซ่อนเฮโรอีนดังกล่าวไว้ในหลอดยาดมอีกชั้นหนึ่ง  แล้วใส่เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ  จึงได้แจ้งความดำเนินคดีต่อข..ลาวินเพิ่มอีกคดีหนึ่ง  จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ..ลาวินได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา  ไม่ยอมรับว่าเฮโรอีนที่ตรวจค้นได้นั้นเป็นของตนอีกเช่นเดิม  จึงได้ส่งสำนวนการสอบสวนมอบให้อัยการ  เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีนายลาวินต่อไป 

              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตข..ลาวิน  ส่วนพวกที่เหลือถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต  และได้ส่งตัวข..ลาวินและพวกที่เป็นผู้ชาย  มาคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง  ทั้งหมดได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ทั้งหมดได้ยื่นฎีกาต่อศาลตามสิทธิ์อีก  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์  ..ลาวินได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์  และได้รอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  ส่วนอีกคดีหนึ่งนั้น  ..ลาวินได้ถูกตัดสินให้จำคุก 2 ปี 6 เดือน       

              วันอังคารที่ 4 มกราคม พ..2543  เวลา 10.30 .  เริ่มทำงานวันแรกของพ..ใหม่  ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า  ในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 1 ราย  จึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  และทำการสวดมนต์ไหว้พระ  บูชาท้าวเวชสุวรรณ  ทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษมาดำเนินตามขั้นตอนการประหารชีวิต

              เวลา 16.15 .  ข้าพเจ้าได้รับทราบชื่อนักโทษประหารที่จะต้องเข้าไปเบิกตัวคือ น..ลาวิน  จึงเข้าไปที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  เจ้าหน้าที่ประจำตึกขังได้ไขกุญแจเปิดประตูตึก  เสียงนักโทษประหารถามมาว่า ของขวัญปีใหม่ของพวกผมเป็นอย่างนี้เองหรือครับ  พอเริ่มศักราชใหม่ก็ยิงเป้ากันเลย  ข้าพเจ้าตอบไปว่า คำสั่งเพิ่งมาถึง  ที่จริงแล้วฎีกาตกมาตั้งแต่สิ้นปีที่แล้ว  แต่เขาส่งเรื่องมาไม่ทัน  ไม่ได้มีเจตนาให้เป็นอย่างนี้หรอก 

              ข้าพเจ้าไปหยุดยืนที่หน้าห้องขังของน..ลาวิน  เห็นน..ลาวินกำลังนั่งละหมาดอยู่ที่กลางห้อง  ข้าพเจ้าจึงส่งเสียงเรียกไป ลาวินเดี๋ยวออกไปละหมาดต่อข้างนอกเถอะ  ..ลาวินหยุดละหมาดหันมามองข้าพเจ้าพร้อมกับพูด โน  โน  ไอน็อทไทยพีเพิล  ข้าพเจ้าบอกไปว่า ผมรู้ว่าลาวินพูดไทยได้  ออกมาเถอะนะเชื่อผมเถอะ  ..ลาวินยอมลุกขึ้นแล้วเดินออกมา 

              เมื่อพ้นประตูห้องข้าพเจ้าได้สวมกุญแจมือและทำการค้นตัวตามระเบียบ  ..ลาวินพูดว่า ไอว้อนท์ทูซีมายเอ็มบาสซี่” (ผมขอพบสถานทูตของผม)  ข้าพเจ้าบอกว่าลาวินพูดไทยกับผมเถอะนะ  เราจะได้คุยกันได้รู้เรื่อง  ..ลาวิน โน  โน  ไอแคนน็อทสปีคไทย” (ไม่ผมพูดไทยไม่ได้)  ข้าพเจ้าจึงพูดไปว่า นั้นก็ตามใจ

              เมื่อนำตัวมาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  ..ลาวินยังคงร่ำร้องขอพบสถานทูตตลอดเวลา  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง  ได้เข้าทำการพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจสอบประวัติบุคคลตามระเบียบ  แต่ข้าพเจ้ายังไม่ไขกุญแจมือออกให้  เนื่องจากน..ลาวินยังคงโวยวายตลอดเวลา  พร้อมกับหันไปพูดกับสารวัตรโกมล ยูแคนน็อทคิลมี  บีคอสไอน็อทไทยพีเพิล” (คุณจะฆ่าผมไม่ได้  เพราะผมไม่ใช่คนไทย)  สารวัตรโกมลพูดว่า ลาวินมีคนบอกผมว่าคุณพูดไทยได้  ทำไมไม่พูดไทยกับผมหละ  เราจะได้คุยกันรู้เรื่อง  ..ลาวินยังคงปฏิเสธเหมือนเดิมว่าพูดไทยไม่ได้  ข้าพเจ้าจึงพูดว่า ถ้าลาวินไม่ยอมพูดไทย  ผมจะไม่ไขกุญแจมือออกให้อย่างเด็ดขาด

              ..ลาวินหันมามองข้าพเจ้าแล้วพูดสำเนียงพม่าพูดไทยมีใจความว่า ฆ่าผมไม่ได้นะ  ต้องให้ผมได้พบสถานทูตก่อน  เพราะผมไม่ใช่คนไทย  ข้าพเจ้าตอบไปว่า ลาวินต้องเข้าใจนะ  ที่นี่ประเทศไทย  ลาวินทำผิดภายใต้กฎหมายของเมืองไทย  ก็ต้องรับโทษตามกฎหมายของไทย  สถานทูตของลาวินช่วยอะไรตอนนี้ไม่ได้หรอก  ถ้าคนไทยไปทำความผิดที่ประเทศอื่นก็ต้องรับโทษตามกฏหมายของประเทศนั้นเช่นกัน  ..ลาวินต่อรองว่า ถ้าอย่างนั้นต้องให้โอกาสผมได้โทรศัพท์คุยกับสถานทูตของผมก่อน  ผมอยากรู้ว่าเขาจะช่วยชีวิตผมได้ไหม  จะเอาตัวผมไปประหารโดยไม่บอกให้สถานทูตผมรู้ไม่ได้ 

              ข้าพเจ้าตอบไปว่า เรื่องสถานทูตเลิกพูดกันไปเลยดีกว่า  จะยังไงก็แล้วแต่  พวกผมจะต้องทำตามคำสั่งจากรัฐบาลของประเทศไทย  และจะระงับการประหารได้ก็ต่อเมื่อมีคำสั่งจากรัฐบาลของประเทศไทยเช่นเดียวกันเท่านั้น  ซึ่งโอกาสที่ว่าก็เป็นไปได้ยากเหลือเกิน   เพราะเมื่อออกคำสั่งมาแล้วคงไม่มีใครระงับคำสั่งตัวเองโดยไม่มีเหตุผลอย่างแน่นอน

              ..ลาวินนั่งคอตกทันที  แล้วเงยหน้าขอร้องข้าพเจ้าอีกครั้ง ตกลงผมจะต้องตายแน่ใช่ไหม  ถ้าอย่างนั้นขอผมโทรศัพท์ไปหาครอบครัวที่พม่าเพื่อสั่งเสียก่อนได้ไหม  ผมเป็นคนต่างชาติต้องให้โอกาสกับผมบ้าง  อย่างน้อยก็ขอให้เห็นแก่การเป็นประเทศเพื่อนบ้านบ้างเถอะครับ  รับรองว่าผมจะโทรคุยไม่นาน 

              ข้าพเจ้าตอบว่า เรื่องโทรศัพท์เป็นของต้องห้ามของทางเรือนจำลาวินก็รู้  ผมหาให้ไม่ได้หรอก  ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นใจลาวิน  แต่เดี๋ยวเขาจะอนุญาตให้ลาวินเขียนจดหมายได้  จะสั่งเสียอะไรถึงใครก็เขียนได้เต็มที่เลย  ..ลาวินชูมือซึ่งสวมกุญแจมืออยู่ให้ข้าพเจ้าดู  ข้าพเจ้าจึงพูดไปว่า ถ้าผมไขกุญแจมือให้แล้ว  ลาวินจะต้องไม่โวยวายหรืออาละวาดอีกนะ  ไม่อย่างนั้นผมจะสวมกุญแจมืออีกครั้ง  และจะไม่ถอดออกอีกเลย  ตกลงนะ

              พอดีมีเจ้าหน้าที่นายหนึ่งซึ่งเคยไปอยู่ประเทศพม่า  และสามารถพูดภาษาพม่าได้บ้าง  ได้เข้ามานั่งคุยกับน..ลาวิน  หลังจากส่งภาษาพม่ากันอยู่พักหนึ่ง  เจ้าหน้าที่นายนั้นพูดกับข้าพเจ้าว่า ลาวินบอกว่าเขาไม่ผิด  เขาถูกหลอกใช้ให้ขนเฮโรอีนโดยไม่รู้ตัว  เรือนจำยังประหารเขาในวันนี้ไม่ได้  เขาอยากให้สถานทูตช่วยเหลือเขาก่อน  แต่ผมบอกเขาไปแล้วว่าเป็นไปไม่ได้  ลาวินเขาว่าพวกเราไม่เห็นใจเขาบ้างเลย 

              เมื่อเจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ  เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรีให้น..ลาวินฟัง  ซึ่งน..ลาวินบอกว่าไม่ค่อยเข้าใจ  เจ้าหน้าที่ที่พูดพม่าได้จึงเข้ามาทำการแปลให้ฟัง  และให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น  ในครั้งแรกน..ลาวินจะไม่ยอมเซ็นทราบ  ข้าพเจ้าจึงขู่ไปว่า ถ้าลาวินดื้ออีกครั้ง  ผมจะสวมกุญแจมือให้แล้วนะ  ..ลาวินจึงยอมเซ็นทราบในคำสั่งนั้น 

              เสร็จแล้วได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมาย  ซึ่งเจ้าหน้าที่นายนั้นต้องคอยช่วยแปลหนังสือพินัยกรรมให้น..ลาวินฟังตลอดเวลา  หลังจากทำพินัยกรรมเสร็จน..ลาวินได้เขียนจดหมายขึ้นมา 2 ฉบับ  ฉบับแรกให้ส่งไปที่ประเทศพม่า  ฉบับที่สองให้ส่งไปให้สถานทูตพม่า 

              เมื่อข้าพเจ้ายกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้  ซึ่งวันนั้นมีข้าวหมกไก่และต้มซุบเนื้อ  น้ำอัดลม  ส้มเขียวหวาน  ..ลาวินกินอาหารดังกล่าวไปได้อย่างละครึ่ง  แล้วพูดว่า ผมอิ่มแล้วครับ  ตกลงผมจะต้องตายแน่ใช่ไหมครับ  ข้าพเจ้าตอบว่าใช่  ไม่มีใครช่วยลาวินได้อย่างแน่นอน  ..ลาวินยกมือกุมขมับแล้วพูด ทำไมเมืองไทยถึงได้ลงโทษผมรุนแรงขนาดนี้  ถูกจับกันตั้งหลายคน  แต่ประหารผมแค่คนเดียวเท่านั้น  ข้าพเจ้าพูดว่า คนอื่นเข้าคงรับสารภาพ  แต่ตัวลาวินปฏิเสธใช่ไหมหละ  กฎหมายเมืองไทยถ้าปฏิเสธแล้วแพ้คดี  เขาจะไม่ลดโทษให้เลย  ..ลาวินพยักหน้ารับทราบและนั่งคอตกลงไปอีก 

              ต่อจากนั้นได้ให้ประกอบพิธีทางศาสนา  ซึ่งน..ลาวินได้ทำพิธีละหมาดภายในหมวดผู้ช่วยเหลือฯ  โดยใช้เวลาในการทำละหมาดประมาณ 30 นาที  เสร็จแล้วข้าพเจ้าจึงนำตัวไปห้องประหารทันที  ซึ่งน..ลาวินเดินบ่นไปตลอดทางว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม  และเรือนจำไม่เปิดโอกาสให้ได้พบสถานทูต  โดยน..ลาวินเชื่อว่าถ้าตนได้พบหรือได้โทรศัพท์คุยกับเจ้าหน้าที่สถานทูต  จะสามารถระงับการประหารในครั้งนี้ไปได้

              เมื่อถึงศาลาเย็นใจได้ให้นั่งที่เก้าอี้ขาว  ข้าพเจ้าหยิบดอกไม้ธูปเทียนส่งให้  แต่น..ลาวินปฏิเสธไม่ยอมรับ  โดยบอกข้าพเจ้าว่าผิดหลักศาสนา  พี่เลี้ยงอีกนายนำผ้าดิบผูกปิดตา  แล้วช่วยกันประคองเข้าสู่ห้องประหาร  โดยนำตัวเข้าไปที่หลักประหารหลักที่หนึ่ง  ทำการผูกมัดตัวให้ติดกับหลักประหาร  ตั้งเป้าตาวัว  เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร  เสร็จแล้วได้ทำการขออโหสิกรรมต่อน..ลาวินอีกครั้ง  แล้วแจ้งความพร้อมให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนได้เข้ามาบรรจุกระสุน  ตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว  เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้าตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อเห็นว่าใช้ได้แล้วจึงส่งเสียงบอกหัวหน้าชุดประหาร พร้อม  ธงแดงได้สะบัดลงทันที ปัง  ปังๆๆๆๆๆๆๆ  เสียงปืนคำรามออกมาจำนวน 9 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 18.05 . 

              เมื่อสิ้นเสียงปืนแล้ว  ต่างได้ยินเสียงตรวนดังโคร้งเคร้ง  และมีเสียงร้องโอดโอยดังมาจากหลักประหารโอย  โอ๊ก  โอย  เมื่อข้าพเจ้าเข้าไปตรวจดูเห็นน..ลาวินดิ้นบิดตัวไปมา  หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอย่างมาก  จึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ  เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้าทำหน้าที่อีกครั้ง  ธงแดงสะบัดลงอีกครั้งปังๆๆๆๆ  เสียงปืนดังขึ้นอีกจำนวน 5 นัด  รวมกระสุนที่ใช้ในการประหารน..ลาวินทั้งสิ้น 14 นัด

              เมื่อครบ 3 นาที  ได้เข้าไปตรวจดูร่างของน..ลาวินที่หลักประหารอีกครั้ง  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้ว  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างน..ลาวินลงจากหลักประหาร  จับให้นอนคว่ำหน้าเพื่อความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือต่อไป

              ขออโหสิกรรมต่อนายลาวิน  มา ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่ง  และขอให้เป็นสุขอยู่บนสรวงสวรรค์กับองค์อัลเลาะห์ด้วย

              ขอชมเชยผลงานการสืบสวนและความร่วมมือในการจับกุมนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ  ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติด  และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมาด้วยใจจริง

              ต้องขออภัยต่อการกล่าวอ้างถึงหน่วยงานระหว่างประเทศของประเทศเพื่อนบ้านมา ณ ที่นี้ด้วย