วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

26.โปร่ง เกตุศิริ ผมอยากคุยกับนักข่าว



             น..โปร่ง  เกตุศิริ  อายุ 64 ปี  หมายเลขประจำตัว 168/41  คดียาเสพติดให้โทษ(เฮโรอีน)  ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  ..2522  มาตรา 66  หมายเลขคดีดำที่ 1310/38, 3198/38  หมายเลขคดีแดงที่ 1089/41, 1090/41  ศาลอาญากรุงเทพฯ  ผลงานการจับกุมของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด

              วันที่ 4 ธันวาคม พ..2537  เวลา 14.00 .  เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติด  ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด  เจ้าหน้าที่ศุลกากร  เจ้าหน้าที่ประสานงานหน่วยปราบปรามยาเสพติดของประเทศสหรัฐอเมริกา  เนเธอร์แลนด์และฮ่องกงประจำประเทศไทย  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ..บ้านแหลม  จังหวัดเพชรบุรี  เข้าทำการตรวจค้นเรือประมงชื่อศรีอุบลชัย  หมายเลขทะเบียนเรือ 007601213  ที่บริเวณท่าเรือหลังบ้านเลขที่ 113  หมู่ที่ 1  ตำบลบ้านแหลม  อำเภอบ้านแหลม  จังหวัดเพชรบุรี

              เมื่อคนบนเรือเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พากันกระโดดน้ำหนี  แต่ทั้งหมดไม่สามารถหลบหนีการจับกุมไปได้  เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น 9 คนคือ  1.นายสังวาลย์  กลีบอุบล  อายุ 73 ปี  2.นายสมบูรณ์  เล็กสาคร  อายุ 38 ปี  3.นายตี๋  แซ่กอ  อายุ 44 ปี  4.นายณรงค์ชัย  ประสพนุ่น  อายุ 29 ปี  5.นายไพรัช  รัตนจำนงค์  อายุ 33 ปี  6.นายประมวล  ยวกไธสงค์  อายุ 37 ปี  7.นายฉาย  เชยเกษม  อายุ 30 ปี  8.นายประดิษฐ์  ปลายไธสงค์  อายุ 27 ปี  และ9.นายบุญมี  แจ่มจันทร์  อายุ 24 ปี 

              ผลการตรวจค้นภายในตัวเรืออย่างละเอียด  พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน)  ชนิดผงสีขาวห่อหุ้มด้วยพลาสติกใส  มีตราสิงห์โตคู่เหยียบลูกโลกจำนวน 39 ก้อน  น้ำหนักรวมวัสดุห่อหุ้มประมาณ 124.7 กิโลกรัม  มูลค่าในประเทศไทยประมาณ 30 ล้านบาท  แต่หากสามารถส่งออกไปถึงต่างประเทศได้  จะมีราคาสูงถึง 2,000 ล้านบาท  จึงแจ้งข้อหาว่า  ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (เฮโรอีน)  ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามนำออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

                จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่า  ได้รับจ้างจากนายทุนผู้หนึ่งให้ขนสินค้าดังกล่าว  แต่ไม่ทราบว่าสินค้าดังกล่าวจะเป็นยาเสพติด  โดยบางคนได้รับค่าจ้างเพียงแค่ 500 บาทเท่านั้น  และการขนสินค้าดังกล่าวเพิ่งจะกระทำเป็นครั้งแรก  โดยได้ช่วยกันลำเลียงสินค้านี้ลงไว้ในท้องเรือ  และเตรียมที่จะออกเดินทางออกจากท่าเทียบเรือ  เพื่อไปพบกับเรือใหญ่ภายในน่านน้ำประเทศเวียดนาม  แต่ได้มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นและจับกุมเสียก่อน

              การตรวจค้นและจับกุมยาเสพติดจำนวนมากในครั้งนี้  สืบเนื่องมาจากการประสานงานกันระหว่างเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของหลายประเทศ  ได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่าจะมีกลุ่มพ่อค้ายาเสพติด  ขนยาเสพติดจากประเทศไทยไปยังประเทศแถบยุโรปและอเมริกา  ซึ่งใช้เส้นทางลำเลียงทางทะเลโดยจะขนถ่ายใส่เรือประมงลำดังกล่าว  แล้วไปส่งต่อให้กับเรือใหญ่ซึ่งจะรอรับของอยู่ในน่านน้ำประเทศเวียดนาม  จากนั้นจึงจะส่งต่อไปยังประเทศแถบยุโรปและอเมริกา  ซึ่งยาเสพติดดังกล่าวหากเล็ดลอดออกไปได้  จะทำให้เกิดอันตรายต่อชาวโลกเป็นจำนวนมาก  จึงได้ร่วมมือกันเข้าทำการตรวจค้นสกัดกั้นจนพบยาเสพติดดังกล่าว

              จากการสอบสวนขยายผลหาตัวนายทุนผู้จ้างวานให้ขนยาเสพติดจำนวนมากนี้  ทราบว่านายทุนคนดังกล่าวคือ นายโปร่ง  เกตุศิริ  จึงได้ทำการออกหมายจับ  และสามารถติดตามจับกุมได้เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ..2538  ซึ่งนายโปร่งได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด  แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับนายโปร่งได้  จึงได้ส่งมอบสำนวนและพยานหลักฐานต่างๆให้อัยการ  เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีนายโปร่งต่อศาลอาญากรุงเทพฯ  และได้ขออำนาจศาลฝากขังนายโปร่งไว้ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ  บางเขน

              ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น  เชื่อว่านายโปร่งได้กระทำผิดตามฟ้องจริง  โดยมีพฤติการณ์เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่  เป็นภัยต่อประเทศชาติและประชากรโลกอย่างร้ายแรง  การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น  โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติและสังคมโลกโดยส่วนรวม  จึงได้ตัดสินให้ประหารชีวิตโดยไม่มีการลดหย่อนโทษ  และได้ส่งมาควบคุมตัวที่เรือนจำกลางบางขวาง 

              ..โปร่งได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเพื่อต่อสู้คดี  ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ..โปร่งได้ยื่นฎีกาต่อศาลเพื่อต่อสู้คดีอีก  ผลการพิจารณาของศาลฎีกา  ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์  เมื่อเป็นนักโทษเด็ดขาดแล้ว  ..โปร่งได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์  และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1         

                วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ..2544  เวลา 10.30 .  ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า  ในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 1 ราย  จึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้  ทำการสวดมนต์ไหว้พระ  บูชาท้าวเวชสุวรรณ  พร้อมทั้งทำจิตใจให้สงบ  รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษมาดำเนินการตามขั้นตอนการประหารชีวิตต่อไป

              เวลา 16.00 .  ข้าพเจ้าได้รับทราบชื่อนักโทษที่จะต้องเข้าไปเบิกตัวคือ  ..โปร่ง  เกตุศิริ  จึงเข้าไปทำการเบิกตัวน..โปร่งที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1  เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกขังไขกุญแจเปิดประตูตึก  มีเสียงนักโทษพูดว่า ประหารอีกแล้วโว้ยพวกเรา  สงสัยจะไม่มีใครเหลือแน่  เล่นประหารกันทุกอาทิตย์แบบนี้  เวรกรรมของพวกเราจริงๆโว้ย 

              เมื่อข้าพเจ้าไปหยุดยืนที่หน้าห้องน..โปร่ง  ภายในห้องนั้นมีนักโทษเด็ดขาดอยู่ 3 ราย  เป็นคดีความผิดต่อชีวิต 2 ราย  คดียาเสพติด 1 ราย  ที่เหลืออยู่ระหว่างอุทธรณ์และฎีกา  นักโทษภายในห้องนั้นต่างหน้าซีดกันทุกคน  มีนักโทษซึ่งนั่งติดกับลูกกรงหน้าห้องขังถามข้าพเจ้าด้วยเสียงสั่นๆว่า คดีอะไรหรือครับหัวหน้า  ข้าพเจ้าตอบว่า ยาเสพติด  เสียงนักโทษในห้องร้องออกมาแทบเป็นเสียงเดียวกันลุงโปร่ง  ..โปร่งนั่งชันเข่าขึ้นมาแล้วก้มหัวลงไปซบ  เสียงนักโทษภายในห้องพูดว่าโถไม่น่าเลยลุงโปร่ง  ผมเสียใจด้วยครับ  ลาก่อนครับลุง  ไปที่ชอบนะลุง  ฯลฯ

              ..โปร่งลุกขึ้นยืนเซนิดหน่อย  สูดหายใจเข้าปอดแรงๆ  แล้วก้าวเดินมาที่ประตูห้อง  พร้อมกับหันหน้าไปพูดกับเพื่อนร่วมห้อง ลุงขอลาทุกคนก่อนนะ  อย่ามีใครโดนประหารอย่างลุงอีกเลยนะ  เมื่อออกมาพ้นประตูห้อง  ข้าพเจ้าทำการตรวจค้นตัวและสวมกุญแจมือตามคำสั่ง  แล้วนำตัวเดินออกจากตึกขังทันที  นักโทษตามห้องต่างๆพากันส่งเสียง ลาก่อนลุงโปร่ง  ทำใจดีๆไว้ลุง  ไปสู่สุคตินะลุง  ฯลฯ

              เมื่อออกมาพ้นประตูแดน 1  มีนักข่าวเข้ามาถ่ายภาพจำนวนมาก  ..โปร่งหันมาพูดกับข้าพเจ้า ขอผมได้คุยกับนักข่าวสักเดี๋ยวเถอะนะครับ  ข้าพเจ้าตอบไปว่า ยังไม่ได้ครับลุง  ต้องรอให้ผู้ใหญ่อนุญาตก่อน  ..โปร่งพูดว่า ถ้ายังไงช่วยขออนุญาตให้ผมด้วยนะ  ผมมีเรื่องจะพูดกับนักข่าว  ผมอยากจะแฉความจริงให้ทุกคนได้รับรู้ว่า  ตัวการใหญ่ในการค้ายาเสพติดมีใครกันบ้าง  ถ้ารัฐบาลกล้าที่จะเอาผิดกับคนพวกนี้  ผมรับรองว่ายาเสพติดแทบจะไม่มีเหลือต่อไปอีกเลย  ข้าพเจ้าตอบรับว่า ครับผมจะขอให้  แต่ผมไม่รับปากนะว่าจะได้หรือเปล่า

              เมื่อเข้ามาในหมวดผู้ช่วยเหลือฯแล้ว  ข้าพเจ้าได้ขออนุญาตให้น..โปร่งตามที่รับปากไว้  แต่ไม่ได้รับการอนุญาต  เนื่องจากไม่ทราบว่าน..โปร่งจะพูดเรื่องใดและจริงเท็จแค่ไหน  หากปล่อยให้พูดในเรื่องไม่สมควรออกไป  เรือนจำอาจจะต้องรับผิดชอบในคำพูดนั้นก็ได้  ข้าพเจ้าจึงบอกให้น..โปร่งได้รับรู้ 

              ..โปร่งส่ายหัวพร้อมกับพูดว่า ทำไมไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พูดความจริงบ้าง  ผมไม่ได้ทำผิดอะไรผมถูกใส่ความ  ของในเรือไม่ใช่ของผม  ผมจะเอาเงินที่ไหนไปหาผงขาวมาได้ตั้งมากมายขนาดนั้น  แต่ถ้าของในเรือเป็นของผมจริง  มันก็ไม่ได้ทำร้ายคนไทยซะที่ไหน  ของกำลังถูกส่งออกต่างประเทศ  ไม่น่าจะมาประหารผมเลย 

              ข้าพเจ้าจึงบอกน..โปร่งไปว่า ลุงพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะ  ถ้าของนั้นเป็นของลุงจริงแล้วสามารถหลุดรอดออกไปนอกประเทศได้  ลุงลองคิดดูก็แล้วกัน  จะมีคนตั้งเท่าไรที่จะต้องตายเพราะมัน  จะเป็นคนต่างชาติหรือคนไทย  ก็คือคนเหมือนกัน  ชีวิตของทุกคนย่อมมีค่าเหมือนกันหมด  ..โปร่งจึงเงียบเสียงลงไปได้

              เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง  เข้ามาพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจสอบประวัติบุคคล  ..โปร่งพูดว่า จริงๆนะครับ  ของในเรือไม่ใช่ของผม  ไอ้พวกนั้นมันโยนความผิดมาให้ผม  ผมต้องขายที่ขายทางมาสู้คดีจนหมดตัว  ครอบครัวผมต้องมาพังพินาศ  ทำไมไม่ให้ความยุติธรรมกับผมบ้าง  ผมต้องไปรับผิดชอบในเรื่องที่ผมไม่รู้เรื่องด้วยหรือยังไง  ถึงผมจะแก่แล้วอยู่ไปอีกไม่นานก็ตาย  แต่ทำไมผมจะต้องมาตายเพราะโดนยิงเป้า  ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลและครอบครัวของผมจะเอาไปไว้ที่ไหน  ในเมื่อผมจะต้องตายอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง  ก็น่าจะให้ผมได้มีโอกาสแก้ตัวกับพวกนักข่าว  เพื่อกู้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของผมกลับคืนมาบ้าง

              ข้าพเจ้าบอกไปว่า ลุงโปร่งครับขอผมพูดอย่างเป็นกลางนะ  ถ้าลุงโปร่งได้คุยกับนักข่าวแล้ว  ลุงโปร่งเชื่อว่าพวกนักข่าวเขาจะเขียนแก้ตัวให้ลุงโปร่งหรือยังไง  ถ้าฉบับไหนช่วยเขียนแก้ตัวให้กับลุงโปร่งก็ดีไป  แต่ถ้าเขากลับไปเขียนตรงกันข้ามกับที่ลุงพูดหละครับ  หาว่าลุงโปร่งสร้างเรื่องก่อนตายเพื่อใส่ร้ายคนอื่น  เอาคำพูดของลุงไปวิจารณ์ในทางไม่ดีกับตัวของลุงโปร่งเอง  ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของลุงโปร่งไม่แย่ลงไปอีกหรือ  เชื่อผมเถอะนะอย่าไปยุ่งกับนักข่าวดีกว่า  ใครอยากจะถ่ายรูปก็ปล่อยเขาไป  ลุงต้องไม่ทำตัวอ่อนแอให้ใครเห็นนะ  เพราะอย่างน้อยเมื่อเขาเอารูปของลุงโปร่งไปออกข่าว  ใครเห็นก็ยังพูดได้ว่าลุงมีความเข้มแข็งกล้ายอมรับความตาย  อย่างน้อยก็เป็นการกู้ชื่อเสียงให้ลุงได้ทางหนึ่ง

              ..โปร่งพูดว่า มันก็จริงอย่างที่หัวหน้าพูด  ตกลงผมจะไม่ยุ่งกับนักข่าวแล้ว  แต่ผมจะบอกให้ทุกคนในที่นี้ได้รู้ไว้  ผมไม่ใช่เจ้าของผงขาวที่ถูกจับได้  เจ้าของตัวจริงมันยังเดินลอยนวลอยู่สบาย  แต่ผมกลับต้องมาตายแทนมัน  พวกที่ถูกจับได้ก่อนมันซัดมาที่ผมคนเดียว  ผมมาถูกตำรวจจับได้ทีหลัง  ผมปฏิเสธข้อหาและสู้คดีอย่างสุดชีวิต  แต่ผมแพ้  แพ้อย่างย่อยยับ  ทางบ้านแทบหมดเนื้อหมดตัว  ถ้าผมรู้ว่าต้องมาเป็นอย่างนี้  ผมคงไม่สู้คดีให้หมดสิ้นเงินทองหรอกครับ  สู้เก็บไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ดีกว่า

              หลังจากเจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ  เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี  ให้น..โปร่งฟังและให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น  แล้วได้เปิดโอกาสให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายตามสะดวก  จากนั้นจึงได้นำอาหารมื้อสุดท้ายมาให้  แต่น..โปร่งปฏิเสธที่จะกิน  ขอสูบเพียงแค่ยาเส้นมวนใบจากเท่านั้น  มีเจ้าหน้าที่บางนายส่งบุหรี่ให้  แต่น..โปร่งบอกว่า สู้ใบจากไม่ได้หรอกครับ  ผมมันคนลูกทุ่ง

              จากนั้นได้นำน..โปร่งไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์ที่ได้นิมนต์มา  ซึ่งระหว่างการฟังเทศน์  ..โปร่งมีน้ำตาไหลซึมออกมาตลอดเวลา  เสร็จแล้วจึงนำไปห้องประหารทันที  ข้าพเจ้าส่งกระดาษชำระให้น..โปร่งพร้อมกับบอกว่า เช็ดน้ำตาซะลุง  อย่าให้ใครเห็นน้ำตาแล้วเอารูปไปลงหนังสือพิมพ์ได้  ทำใจให้เข้มแข็งเข้าไว้

              เมื่อเดินผ่านกลุ่มนักข่าวน..โปร่งกระซิบบอกข้าพเจ้าว่า แหมผมอยากคุยกับนักข่าวจริงๆ  มันคันปากเหลือเกิน  จะได้รู้กันว่าใครคือเจ้าของผงขาวตัวจริง  ข้าพเจ้าเตือนไป เชื่อผมเถอะนะลุง  อย่าไปยุ่งกับนักข่าวจะดีกว่า  ซึ่งน..โปร่งยอมทำตามที่ข้าพเจ้าบอก  แต่มีสีหน้าเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก 

              เมื่อมาถึงศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์  ได้แวะให้เข้าไปกราบไหว้  แล้วนำตัวไปที่ห้องประหารต่อ  เมื่อเข้ามาในศาลาเย็นใจ  ได้ให้นั่งที่เก้าอี้ขาว  ข้าพเจ้าส่งดอกไม้ธูปเทียนให้พร้อมกับพูดกับน..โปร่งว่า อโหสิกรรมให้พวกผมทุกคนด้วยนะครับลุง  ผมและทุกคนทำตามหน้าที่  ..โปร่งตอบว่า ครับหัวหน้า  ผมขออโหสิกรรมให้กับทุกคน  ผมขอลาก่อนนะครับ  พี่เลี้ยงอีกนายนำผ้าดิบมาผูกปิดตา  แล้วช่วยกันประคองตัวนำเข้าสู่ห้องประหาร 

              ภายในห้องประหาร  ได้นำเข้าไปที่หลักประหารหลักที่หนึ่ง  โดยจัดแกนไม้สำหรับนั่งขึ้นสูงสุด  เนื่องจากน..โปร่งเป็นคนที่สูงมาก  ทำการผูกมัดตัวให้ติดกับหลักประหาร  ตั้งเป้าตาวัวให้ตรงกับที่ตั้งของหัวใจ  เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหาร  ข้าพเจ้าทำการขออโหสิกรรมอีกครั้ง  แล้วแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ

              พลเล็งปืนเข้ามาทำหน้าที่บรรจุกระสุน  ตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว  เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้าทำการตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง  เมื่อได้ที่แล้วธงแดงได้สะบัดลง ปัง   ปัง  ปัง ปังๆๆๆๆๆ  เสียงปืนดังขึ้นมาทั้งสิ้น 9 นัด  ทำการประหารเมื่อเวลา 17.15 .

              เมื่อครบ 3 นาที  ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูร่างน..โปร่งที่หลักประหาร  ปรากฏว่าได้สิ้นใจไปแล้ว  หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างลงจากหลักประหาร  จับให้นอนคว่ำหน้าเพื่อความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือต่อไป 

              ปัจจุบันนี้  รูปถ่ายในการประหารน..โปร่งทุกขั้นตอน  และเทปบันทึกการประหารอย่างละเอียด  ได้ใช้ในการเตือนสติแก่ผู้ที่มาเยี่ยมชมและดูงานที่เรือนจำกลางบางขวาง  นับได้ว่าถึงแม้ลุงโปร่งจะได้จากโลกนี้ไปแล้ว  แต่ยังสามารถทำคุณประโยชน์ให้แก่คนที่อยู่ข้างหลัง  ได้เกรงกลัวต่อโทษทัณฑ์อันสูงสุดนี้สืบไป       

               ขอชมเชยผลงานการจับกุมและความร่วมมือ  ของเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดทุกประเทศ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของไทย

              ขออภัยต่อทุกท่านที่มีชื่อเกี่ยวข้อง  ซึ่งข้าพเจ้าได้เขียนไปตามความเป็นจริง  ไม่มีเจตนาที่จะทำให้เสียหายแต่อย่างใด

              ขออโหสิกรรมต่อนายโปร่ง  เกตุศิริ  และขอให้วิญญาณจงเป็นสุขอยู่ในภพที่ดีด้วย